รองนายกฯ ฝ่ายกม. เผย รบ.-กกต. ต้องรณรงค์ ให้คนมาใช้สิทธิ์ประชามติ จำนวนมาก หวั่นร่างรธน.ผ่าน แต่ไม่งดงาม
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แจงสื่อกรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ประชามติเสียงน้อยไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จะถือว่าน่าเกลียดหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า น่าเกลียดแน่นอน แม้กระทั่งการเลือก ส.ส. หรือ ส.ว. หากมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์น้อย มันก็ดูไม่น่าเชื่อถือ ถือเป็นเรื่องธรรมดาตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 ดังนั้น การทำประชามติจะใช้ในโครงการของรัฐ เช่น การทำเขื่อนบริเวณนี้ ดีหรือไม่ เพราะโครงการของรัฐจะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชัดเจน ซึ่งการทำประชามติในลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องทำทั้งประเทศ จะทำเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นจึงมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าต้องมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ในส่วนการลงประชามติทั้งประเทศ เป้าหมายประชากรมีถึง 40 ล้านคน การคาดหวังให้คนออกมาลงประชามติกว่าครึ่งหนึ่ง หรือจำนวนมากมหาศาลคงเป็นไปไม่ได้ เพราะการทำประชามติไม่ใช่หน้าที่ ซึ่งไม่เหมือนกรณีการหาเสียงที่จะไล่แจกเงินให้มาทำประชามติ คงเป็นไปได้น้อย เมื่อเทียบกับการไล่แจกเงินในการเลือกตั้ง ดังนั้นการทำประชามติจึงมีสิ่งจูงใจน้อย แล้วเรายิ่งไปห้ามให้คนไปรณรงค์ออกมาประชามติมากจนเกินเหตุ ก็ยิ่งเป็นไปได้น้อย ดังนั้นหากเราจะตั้งหลักว่าผู้ออกมาใช้สิทธิ์ประชามติกว่าครึ่งหนึ่งคงเป็นไปไม่ได้ และไม่ถูกต้องตามหลักประการทั้งปวง
“ผมยอมรับว่าหากการทำประชามติครั้งนี้มีคนออกมาน้อย เช่น มี 40ล้านคน แต่ออกมาใช้สิทธิ์ 2 ล้านคน แล้วมี เจ็ดแสนคน เป็นเสียงข้างมากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านตามกฎหมายถือว่าร่างนี้ผ่าน แต่ว่าไม่งดงาม ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และกกต. ที่จะรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิ์ให้มาก” นายวิษณุ กล่าว




