วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผลประชุมคตช. จ่อใช้มาตรการภาษี กับเอกชน คู่สัญญารัฐ

ผลประชุมคตช. จ่อใช้มาตรการภาษี กับเอกชน คู่สัญญารัฐ กรณี ซื้อขายเครื่องออกกำลังกาย พร้อมให้ “ศปท.” แก้ทุจริตระดับกระทรวง

พล.ท.ชาตอุดม ติตถะสิริ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ว่า นายกฯได้เน้นย้ำความสำคัญในการต่อต้านการทุจริตพร้อมการสร้างการรับรู้ให้สังคม โดยเฉพาะในสถานศึกษาที่จะมีการบรรจุหลักสูตรการศึกษา รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไป อีกทั้งจะให้ทุกส่วนราชการนำนโยบายในการต่อต้านการทุจริตไปปรับใช้ให้มากขึ้น

ขณะที่นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า การดำเนินการใช้มาตรการทางภาษีกับภาคเอกชนที่มาค้าขายกับหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะการซื้อขายเครื่องออกกำลังกายเมื่อปี 2555-2556 ในวงเงินจัดซื้อจัดจ้างกว่า 1,400 ล้านบาท ประกอบด้วย 14 บริษัท 26 คู่สัญญา โดยทางศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้ประสานกับกรมสรรพากรตรวจสอบพบเบื้องต้นมี1บริษัม 3 คู่สัญญาวงเงิน 246 ล้านบาท ว่า บริษัทดังกล่าวต้องเสียภาษีเพิ่มอีก 77 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมสรรพากร 

นายประยงค์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) เป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินการแก้ไขปัญหาทุจริตในระดับกระทรวง และดำเนินการมาตรการทางวินัยและปกครอง ซึ่งต้องทำตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และให้ทุกกระทรวงรายงานการดำเนินการทางวินัยที่ค้างอยู่ในปัจจุบันและให้รายงานเรื่องร้องเรียนที่เข้ามาใหม่ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต โดยเฉพาะการร้องเรียนที่มีการระบุชื่อและพฤติกรรมชัดเจนมาที่ศอตช. ขณะที่ป.ป.ท.จะได้ติดตามหากไม่ดำเนินการตามเงื่อนเวลาที่กฎหมายกำหนด หัวหน้าส่วนราชการต้องมีข้อชี้แจงว่าเหตุใดไม่สามารถทำตามเงื่อนเวลาได้ อย่างไรก็ตามการนำมาตรการดังกล่าวมาใช้เป็นการสกัดไม่ให้เกิดการทุจริตในกระทรวงนั้นๆ ซึ่งนายกฯเห็นชอบทุกประเด็นที่ศอตช.เสนอ และจะเสนอต่อครม.เพื่อรับทราบให้หน่วยราชการนำไปปฏิบัติต่อไป 

ขณะที่นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานอนุกรรมการคตช. ด้านการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังเน้นในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้รับร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ...ซึ่งที่ผ่านมามีกฎหมายลักษณะนี้อยู่แล้ว แต่ประชาชนเข้าไม่ถึง แต่ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อเน้นเรื่องความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ และร่าง พ.ร.บ. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ พ.ศ.... ที่จะทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถหาเสียงได้เพียงครั้งเดียวคือก่อนการเลือกตั้ง และห้ามโฆษณาตัวเองอีกต่อไป