วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ตร.ยัน'อิซาน'หนีไปจีนเป็นแค่ข่าวลือ

ผบ.ตร.ยัน"อิซาน"หนีจากบังคลาเทศไปจีนเป็นแค่ข่าวลือ สั่งตม.ทั่วประเทศเฝ้าระวังผู้ต้องสงสัย เผยพบพิรุธตม.ต่อวีซ่า“อิซาน-ยูซูฟู”อยู่ไทยถึงปี59

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค8(บช.ภ.8 จ.ภูเก็ต) -พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่ทางการประเทศบังคลาเทศ ที่เปิดเผยผ่านสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า นายอิซาน หรือ นายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเราะห์มาน บุคคลที่ นายไมไรลี ยูซูฟู ให้การซัดทอดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดแยกราชประสงค์กับท่าเรือสาทร โดยตามรายงานข่าวดังกล่าวระบุว่า นายอิซาน ได้เดินทางจากประเทศไทยไปยังกรุงธากา ประเทศบังคลาเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา และได้เดินทางต่อไปยังประเทศจีนแล้ว ว่า ตนยังไม่ทราบข่าวเลย อาจเป็นข่าวลือก็ได้ ตอนนี้มีข่าวลือเยอะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่พนักงานสืบสวนสอบสวนตรวจสอบ 

"ตอนนี้มีข่าวลือมากมายไม่ค่อยมีข่าวจริง ในส่วนตำรวจไทยยังไม่มีการประสานไปยังทางการบังคลาเทศ เรื่องนี้ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน อย่างไรก็ตามผมได้สั่งการกำชับให้ในส่วนของด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเฝ้าระวัง จับตาผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยแล้ว"พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

สำหรับการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เหมาะสมและกระทบต่อความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนั้น พล.ต.อ.สมยศ ระบุว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ จเรตำรวจ(หัวหน้าจเรตำรวจ) สบ 8 ตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 6 ประเด็น ตามข้อร้องเรียนที่ตนตั้งไว้ ไม่ได้เจาะจงด่านใด แต่กำชับให้ตรวจสอบทั่วประเทศตามที่มีข้อร้องเรียน

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีของนายอิซาน ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการขออนุมัติหมายจับนายอิซาน เนื่องจากมีผู้ต้องหาบางคนพูดถึงนายอิซานว่าอยู่ด้วยกันเท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่การซัดทอด ตอนนี้นายอิซานเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยที่ต้องตรวจสอบ ส่วนการออกหมายใดๆนั้น ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากมีหลักฐานเชื่อมโยงการกระทำผิด ก็จะออกหมายจับและประสานการจับกุมต่อไป

"ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องแม้จะเป็นส่วนน้อยก็ถือว่าร่วม จะร่วมกัน 10 คน หรือ 20 คน ก็ถือว่าร่วม แต่จะมีบทบาทสำคัญมากน้อยเพียงใดต้องดูที่สำนวน โดยการร่วมกันความผิดเกิดแล้ว ดำเนินคดีได้แล้ว แต่เราต้องหาพยานหลักฐานยันว่าร่วมทำผิดแน่ๆก่อน" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวมือระเบิดทั้งสองคนหลบหนีกบดานที่อพาร์ทเม้นต์ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พล.ต.ท.ประวุฒิ ตอบว่า ยังไม่ยืนยัน แต่ยอมรับว่ามีการประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ รวมถึงประเทศมาเลเซียด้วย เพื่อติดตามหาผู้ต้องหาทั้งหมดที่หลบหนีไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ ซึ่งบางเรื่องยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และที่ผ่านมาได้ทำการตรวจสอบทุกเส้นทางชายแดนที่เป็นไปได้ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และตะวันตก โดยมีการประสานส่งหมายจับไปยังทุกประเทศที่เป็นไปได้ว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีไป ทั้งนี้ต้องมีการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาอีกจำนวนหนึ่งมากกว่า 1 คน แน่นอน แต่ไม่เยอะมาก ในฐานที่ร่วมกระทำความผิด ตามที่สืบทราบและพยานหลักฐานเกี่ยวหรือเชื่อมโยงไปถึงได้

กรณีที่มีข่าวว่านายอิซานเดินทางไปประเทศบังคลาเทศ นั้น พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า เมื่อมีข่าวเราก็ตรวจสอบไปยังสถานทูตบังคลาเทศในประเทศไทยแล้ว และทางเอกอัครราชทูตบังคลาเทศประจำประเทศไทยได้ ติดต่อทำหนังสือขอพบ ผบ.ตร.แล้ว เพื่อหารือ หาข้อมูลร่วมกัน คาดว่าจะคุยกันในวันนี้(11 ก.ย.)หรือพรุ่งนี้(12 ก.ย.) อย่างไรก็ตามตอนนี้ยอมรับว่า มีข้อมูลว่านายอิซานเดินทางจากไทยไปยังประเทศบังคลาเทศจริง ส่วนจะออกจากบังคลาเทศไปไหนต่อนั้น ต้องให้ทางประเทศบังคลาเทศตรวจสอบให้ แต่สำหรับกรณีที่มีข่าวรายงานว่าเดินทางไปประเทศจีนต่อยังเป็นเพียงข่าว ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันใดๆ

พบพิรุธ ตม.ต่อวีซ่า"อิซาน-ยูซูฟู"อยู่ต่อไทยถึงปี 59

ข่าวจากชุดสืบสวนระบุว่า ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกของกลุ่มคนร้ายคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร พบว่า นายอิซาน หรือ นายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ซึ่งมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าเป็นผู้บงการใหญ่ในการวางแผน สั่งการ ก่อเหตุวางระเบิดก่อเหตุดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยผ่านด่าน ตม.สุวรรณภูมิ เมื่อเวลา17.12 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา แล้วมีวันครบกำหนดให้อยู่ต่อของวีซ่า ถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2557จากนั้นเจ้าตัวได้ทำเรื่องขออนุญาตอยู่ต่อกับหน่วยงาน ธุรกิจ กก.2บก.ตม.1 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 จนทำให้เจ้าตัวสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559

ทางชุดสืบสวนมีข้อมูลว่า นายอิซาน ได้มีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยอยู่หลายครั้ง แต่ละครั้งที่นายอิซาน จะมาทำเรื่องขออยู่ต่อโดยอ้างเหตุผลทำธุรกิจ ซึ่งเปิดบริษัทรับทำเรื่องขออนุญาตอยู่ทำงานต่อ (เวิร์คเพอร์มิท) ให้แก่ชาวจีนที่มาทำงานในประเทศไทย โดยบริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ย่านสุรวงศ์ กระทั่งตอนหลังได้ปิดตัวลง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบของชุดสืบสวนว่าบริษัทดังกล่าวจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่

รายงานข่าวจากชุดสืบสวนแจ้งอีกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดจึงพบความผิดปกติว่า ทางเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ตม.1 ได้รับเรื่องวันที่ 27 มีนาคม 2558 กระทั่งนายอิซานได้หลบหนีผ่านด่านงานตรวจคนเข้าเมืองขาออก ด่าน ตม.สุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 12.55 น. วันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา แต่กลับมีการบันทึกการขออนุญาตทำหนังสืออยู่ต่อเข้าระบบล่าสุด ในวันที่ 1 กันยายน 2558

นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบประวัติการเดินทางของ นายไมไรลี ยูซูฟู อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดีระเบิดครั้งนี้ พบว่า เดินทางเข้ามาผ่านทาง ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานกรุงเทพ เมื่อเวลา 20.50 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 โดยถือหนังสือเดินทางประเภทคนทั่วไป แล้วมีกำหนดครบวันอนุญาต วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 จากนั้นนายยูซูฟูได้ทำเรื่องขออนุญาตอยู่ต่อจากหน่วยงานธุรกิจ กก.2 บก.ตม.1 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2558 เพื่อให้มีวันครบกำหนดวันที่ 14 พฤษภาคม 2559 โดยใช้เหตุผลมีความจำเป็นด้านธุรกิจ ซึ่งให้ที่อยู่ในการติดต่อเป็นบริษัทรับยื่นขออยู่ต่อแห่งหนึ่งใกล้กับ สน.บางรัก แต่ชุดสืบสวนพบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่งทำการบันทึกล่าสุดในระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับกรณีของนายอิซาน และเป็นวันเดียวกันกับที่นายยูซูฟูกำลังหลบหนีออกนอกประเทศ กระทั่งถูกจับกุมไว้ได้ที่ จ.สระแก้ว