วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดาว์พงษ์'แนะสกอ.ทำแผนอุดม 15 ปี ให้ชัดเจน

"ดาว์พงษ์"แนะสกอ.ทำแผนอุดม 15 ปีให้ชัดเจนสังคมยอมรับ ย้ำลดเวลาเรียนเลิก 14.00 น.ไม่กระทบวิชาการ

ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายผู้บริหาร สกอ. โดยมี รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาธิการ กกอ.) และผู้บริหาร สกอ.ให้การต้อนรับ โดยพล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ขอให้ สกอ.กลับไปดูแผนและทิศทางการทำงานว่าสอดรับกับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องการผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ รวมถึงแผนการทำงานอื่น ๆ ควรประสานสอดคล้องกับแต่ละองค์กรหลักของ ศธ. ซึ่งนายกรัฐมนตรีอยากให้เห็นภาพว่าภายในก.ย. 2559 จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะฉะนั้น การกำหนดแผนในระยะแรกภายในกรอบเวลาดังกล่าวต้องตอบคำถามได้ว่าจะเห็นผลอะไร เรื่องใดบ้าง และระยะต่อไปจะเห็นผลอะไร

ทั้งนี้ แผนการขับเคลื่อนจะต้องมีสมบูรณ์และถือเป็นคัมภีร์ในการกำกับดูแลภาพรวมทั้งหมด อาทิ โครงการคุรุทายาทที่ สกอ.เสนอเป็นโครงการสำคัญจะต้องฉายภาพให้เห็นว่า เป็นการผลิตครูได้ให้ตรงกับความต้องการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นผู้ใช้ ไม่ใช่สกอ.คิดไปเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ทราบว่า สกอ.กำลังจัดทำแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปีขอให้วางแผนและทิศทางให้ชัดเจนสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะต้องทำให้เป็นที่ยอมรับแก่สังคม ซึ่งหากแผนมีความชัดเจนต่อให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลก็ไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงแผนได้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ศธ.มีนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ซึ่งกำหนดให้เลิกเรียนวิชาการเวลา 14.00 น.และช่วงเวลาที่เหลือจะจัดกิจกรรมที่เน้นการพัฒนาผู้เรียน ซึ่งผู้ปกครองกังวลว่าเมื่อลดเนื้อหาวิชาการลง แต่มหาวิทยาลัยยังคงสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบเดิม เด็กจะต้องไปเร่งกวดวิชาตั้งแต่ระดับประถมนั้น ตนได้หารือเรื่องนี้กับสพฐ.แล้วพบว่าการเนื้อหาสาระตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ นักเรียนควรใช้เวลาเรียนอยู่ที่ 840 ชั่วโมงต่อปี หรือ 200 วัน คิดเป็นวันละ 5 คาบเรียนต่อวัน แต่ปัจจุบันโรงเรียนทุกแห่งเรียน 7 คาบต่อวันหรือคิดเป็น 1,400 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งมากเกินไป ดังนั้นแม้จะเลิกเรียนเวลาดังกล่าวก็ไม่กระทบ และหากการข้อสอบอยู่ในเนื้อหา 8 กลุ่มสาระก็ไม่กระทบเช่นกัน

"เมื่อมีข้อกังวลของผู้ปกครองเกิดขึ้น สกอ.ก็ต้องมาดูว่าการสอบเข้าเรียนต่อในแต่ละระดับทั้งมัธยมศึกษาปีที่1,ม.4และการสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะต้องปรับเนื้อหาข้อสอบหรือจะ ต้องให้เหตุผลที่เหมาะสมว่าทำไมมหาวิทยาลัยต้องออกข้อสอบในรูปแบบดังกล่าว เพื่อให้เด็กเข้าใจและได้เตรียมความพร้อมเพื่อลดปัญหาการกวดวิชาลง สามารถรับการคัดเลือกเข้าเรียนต่อในสาขาที่ต้องการได้ ซึ่งสกอ.ก็ต้องไปคุยทำความเข้าใจกับมหาวิทยาลัยต่างๆ"พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ขณะที่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ตนจะหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ว่าเมื่อ ศธ.มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอน โดยปรับลดเวลาเรียนเพื่อให้บรรลุภารกิจในการปฏิรูปการศึกษา ทาง ทปอ.จะปรับปรุงการสอบอย่างไร ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระดับประถมและมัธยมศึกษา เพื่อคลายความทุกข์ของผู้ปกครองและควรมีการนำผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต มาใช้ในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กสอบน้อยลง หากไม่มีการปรับปรุงก็จะไม่เกิดผลอะไรในการปฏิรูปเลย