แนะทุกประเทศเพิ่มการลงทุนสร้างการรู้หนังสือ

ยูเนสโก เผยตัวเลขเด็กวัยรุ่นหลุดระบบการศึกษาพุ่ง เด็กประถม 250 ล้านคนขาดทักษะการรู้หนังสือ แนะทุกประเทศลงทุนเพิ่ม ขณะที่ ศธ.เดินหน้าดูแล
ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต จ.ปทุมธานี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวเปิดงานวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ประจำปี 2558 จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ว่า การรู้หนังสือเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพกำลังคนของทุกประเทศ และเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่ประชานทุกคนพึงได้รับ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต แต่จากรายงานองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ระบุว่ายังมีผู้ใหญ่กว่า 757 ล้านคนทั่วโลก ไม่สามารถอ่านเขียนหรือคิดเลขได้ โดยสองในสามของจำนวนดังกล่าวเป็นสตรี นับเป็นการสูญเสียศักยภาพของพลเมืองโลกอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทย ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาและการเรียนรู้ของคนในชาติโดยกำหนดนโยบายด้านการศึกษาที่มุ่งให้ประชาชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน
“ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี มีนโยบายส่งเสริมให้คนไทยรู้หนังสือ ซึ่งจากข้อมูลเดิม ก็พบว่ายังมีเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4 หลายแห่ง ยังอ่านเขียนไม่คล่อง โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ได้ปรับระบบการเรียนการสอน ซึ่งจากรายงานเบื้องต้นพบว่าดีขึ้นแต่ก็ต้องรอดูผลการวัดประเมินผลที่ชัดเจนอีกครั้ง ในส่วนการศึกษานอกระบบที่ กศน.ดำเนินการ เท่าที่ดูมีความก้าวหน้ากว่าในประเทศอื่น ๆ มาก เหลือแต่ประสิทธิภาพและคุณภาพ ที่ต้องมาดูรายละเอียดว่าทำอย่างไรจะเพิ่มประสิทธิภาพการสอนของครู ในการเพิ่มโอกาสให้คนที่มาเรียนกศน.ให้ได้มากที่สุด ซึ่งคนเหล่านี้จะอยู่ในกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-30 ปีซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าสนใจเพราะจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศได้”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
ด้านนายกวาง โจว คิม ผู้อำนวยการยูเนสโก กรุงเทพฯ อ่านสารของนางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ตอนหนึ่งว่า ความก้าวหน้าในการรู้หนังสือยังเป็นความท้าทาย ตั้งแต่ปี 2543 จำนวนเด็กวัยรุ่นที่อยู่นอกระบบโรงเรียนทั่วโลกกำลังเพิ่มจำนวนสูงขึ้นถึง 124 ล้านคน และยังพบว่า เด็กวัยประถมศึกษา ถึง 250 ล้านคน ขาดทักษะการรู้หนังสือขั้นพื้นฐานที่ดีพอ แม้ว่าจะยังอยู่ในระบบโรงเรียนก็ตาม ซึ่งเราไม่สามารถให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้อีก เพราะฉะนั้น จำเป็นต้องลงทุนให้มากขึ้น พร้อมทั้งนำนโยบายสู่การปฏิบัติด้านการรู้หนังสือที่มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น โดยใช้กลไกเชิงนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดการผนึกกำลังของนโยบายทุกด้านที่สำคัญต่อการสร้างสังคม







