"ไพฑูรย์"เผยสาเหตุคว่ำร่างรธน. ชี้ต้องการยืดเวลาให้ทีมเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาก่อน
นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดชุมพร กล่าวถึงกรณีมีลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่ามีอยู่ 2 ประเด็นหลัก ๆ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ หากรับร่างก็จะนำไปสู่การลงประชามติ ในเดือน ม.ค. และผลการทำประชามตินั้นจะผ่านหรือไม่ ไม่อาจทราบได้ แต่ในความคิดส่วนตัว อยากให้ทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้ทำงานในช่วงระยะหนึ่งก่อน ระยะจากเดือน ก.ย. จนถึงเดือน พ.ค. ที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ตามระยะเวลาเดิม คงไม่เพียงพอที่จะให้ทีมเศรษฐกิจใหม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จ ได้ ในช่วงเวลาที่จำกัด จึงตัดสินใจไม่รับร่างเพื่อยืดระยะเวลาอีกประมาณ 1 ปีครึ่ง ให้ทีมเศรษฐกิจได้ทำงาน ซึ่งประเทศชาติน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า
ประเด็นทีต่อมา หากลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะทำให้ประเทศสูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ 3-4 พันล้าน เนื่องจากฝ่ายการเมือง 2 พรรคใหญ่ต่างออกเสียงคัดค้านต่อร่างรัฐธรรมนูญ ส่งผลทำให้การทำประชามติในอนาคตผ่านยาก ขอยืนยันว่าการลงมติในเมื่อวานนั้นไม่ได้มีการล๊อบบี้แต่อย่างใด และไม่ได้หวังตำแหน่งในสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ แต่ส่วนตัวคิดว่า เมื่อมีการเปลี่ยนทีมเศรฐกิจ รวมถึงข้อบกพร่องที่มีในร่างรัฐธรรมนูญ ก็เห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะยืดเวลาออกไปะยะหนึ่ง ให้โอกาสทีมเศรษฐกิจทำงาน ส่วนในกฎหมายที่ยังมีข้อบกพร่อง ก็อยากให้นำมาแก้ไขให้ดีขึ้น
ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ดี โดยส่วนตัวคิดว่ามีหลายเรื่องที่เหมาะสม แม้กระทั่งเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่จะเป็นเครื่องมือทำให้ประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง และความล้มเหลวของการเมืองไทย ซึ่งก่อนที่จะมีการลงมติต่อร่างรัฐธรรมนูญเราไม่มีการพูดคุยกันในกลุ่ม สปช. ภาคใต้ว่าจะมีทิศทางอย่างไรต่อร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อได้ตกผลึกร่วมกันแล้ว จึงมีทิศทางในแนวทางเดียวกัน เพื่อให้ประเทศชาติจะได้ประโยชน์มากกว่า โดยไม่ได้รับใบสั่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือได้รับการล๊อบบี้แต่อย่างใด




