"อลงกรณ์"ชี้กระบวนการเช็คเสียงหนุน-คว่ำร่างรธน. เป็นสถานการณ์ปกติ เชื่อสปช.ใช้ดุลยพินิจอิสระในการลงมติ คาดใช้เวลาโหวต 2 ชั่วโมง รู้ผล
นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิปฯ สปช.) แถลงข่าวถึงกระบวนการพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญของที่ประชุมสปช. ในวันที่ 6 ก.ย. ว่า จะเริ่มเวลา 10.00 น. โดยการลงคะแนนนั้นจะขานชื่อสมาชิกสปช. เป็นรายบุคคลและให้ขานความเห็น เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จ ประมาณ 12.00 น. สำหรับผลลงคะแนนนั้น หากสปช. เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเข้าสู่วาระพิจารณาเกี่ยวกับการเสนอประเด็นคำถามที่สมควรให้มีการออกเสียงประชามติ โดยเริ่มจากถามความเห็นของสปช. ว่าควรมีประเด็นคำถามหรือไม่
หากที่ประชุมเห็นชอบให้มีจะเข้าสู่การพิจารณาญัตติที่มีสมาชิกเสนอประเด็นคำถามเข้ามา แต่หากสปช. ลงมติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ กระบวนการพิจารณาคำถามประกอบการทำประชามติจะไม่เกิดขึ้น และเข้าสู่กระบวนการตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่1) พ.ศ.2558 กำหนดไว้ คือการแต่งตั้งกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 21 คน ภายใน 30 วัน เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายอลงกรณ์ แถลงด้วยว่ากรณีที่มีข่าวล็อบบี้สปช.ให้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ฐานะที่ตนเคยลงมติร่างรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภา มองว่าเป็นกระบวนการปกติ ที่จะมีสมาชิกเคลื่อนไหวเพื่อชักชวน หรือโน้มน้าวให้เพื่อนสมาชิกเห็นคล้อยตามความเห็นของตนเอง สำหรับการลงมติของสปช. ในวันที่ 6 ก.ย. นั้น เชื่อว่าสปช.จะลงความเห็นเป็นอิสระ ไม่มีฝักฝ่าย หรือมีวาระซ่อนเร้น
โดยส่วนตัวได้วาง 3 หลักการในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ คือ 1.เจตนารมณ์และหลักการของเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ 2.สถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันและในอนาคตที่จะมีผลหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ และ 3.เป้าหมายของประเทศ ตามที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 27 กำหนดไว้ 6 ประเด็น อาทิ แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น, แก้การทุจริตซื้อสิทธิ์ ขายเสียง เป็นต้น
"ผมเข้าใจว่าช่วงหลังจากนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของการปฏิรูปและบรรยากาศของการปรองดอง สมานฉันท์ สู่ประชาธิปไตยในที่สุดของประเทศ ซึ่งการลงมติอย่างไรของสปช. นั้นถือเป็นดุลยพินิจของสปช. แต่ละคน และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และโร๊ดแม๊พที่กำหนดไว้"นายอลงกรณ์ กล่าว
นายอลงกรณ์ กล่าวขอบคุณสมาชิกสปช. ที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ทำงานตามภารกิจ ได้แก่ ทำแผนปฏิรูปประเทศและส่งมอบให้กับรัฐบาล กว่า 70 ฉบับ,ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ และในวันที่ 6 ก.ย. นี้จะลงมติต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ส่งมอบให้สปช. ซึ่งถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ และเสียสละทำงานเพื่อประเทศ





