สนช.ใช้เวลา 4 ชั่วโมง ผ่านงบปี 59 วงเงิน 2.7 ล้านล้านบาท ด้าน"วิษณุ" โปรยยาหอม สนช.ทำงานละเอียด เผยนายกฯให้ความมั่นใจใช้เงินให้เกิดประโยชน์
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 วงเงิน 2.7 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2559 ที่มีม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญฯได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีเนื้อหาทั้งหมด 35 มาตรา และการอภิปรายในแต่ละมาตราได้มีการกำหนดเวลาอภิปรายคนละ 8 นาที
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร,บ.งบประมาณ ฯ คนที่ 1 รายงานว่า กมธ.ได้ให้ความสำคัญ สอดคล้อง เชื่อมโยง กับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และการบูรณาการ กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งนี้จากงบประมาณที่ตั้งไว้จำนวน 2.72 ล้านล้านบาท ได้มีการปรับลดทั้งสิ้น 20,582 ล้านบาท โดยพิจารณาจากรายการงบประมาณต่างๆ ที่สามารถประหยัดได้ ทั้งโครงการงบประมาณที่สามารถใช้จากแหล่งอื่นได้ สำหรับงบประมาณที่ปรับลดทางกมธ.วิสามัญฯ ได้พิจารณาเพิ่มเติมให้กับงบกลาง จำนวน 20,582 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เท่ากับ จำนวนที่ได้ปรับลดลง เพื่อสำรองจ่ายกรณีที่จำเป็น ฉุกเฉิน และรองรับการดำเนินงานยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้งนี้หน่วยงานที่ถูกปรับลดงบประมาณนั้น ทาง กมธ.วิสามัญฯ ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ถึงความพร้อม ศักยภาพของการทำงาน และผลการทำงานที่ผ่านมาเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามงบประมาณ
จากนั้นเปิดให้สมาชิกได้อภิปราย โดยนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. ซึ่งแปรญัตติขอปรับลดงบกลาง ในส่วนของเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างลงจำนวน 2.57 เปอร์เซ็นต์ จาก 1,000 ล้านบาท เนื่องจากหาก ย้อนหลังไปดูงบประมาณปี 2556 ตั้งงบส่วนนี้ไว้ 3,000 ล้านบาท แต่ใช้จ่ายไป 99.27 เปอร์เซ็นต์ ส่วนงบประมาณปี2557 ตั้งงบไว้ 1,100 ล้านบาท ใช้จ่ายไป 94.81 เปอร์เซ็นต์ ปี 2558 ตั้งงบไว้ 1,000 ล้านบาท แต่ใช้จ่ายไปเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ปี 2559 ที่ตั้งงบ 1,000 ล้านบาท เกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้ใช้เท่ากับงบที่ตั้งไว้ เช่นเดียวกับ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 82,963 ล้านบาท ตนขอปรับลด 0.004 เปอร์เซ็นต์ เพราะ ปี 2556 ตั้งงบไว้ 73,700 ล้านบาท ใช้จ่ายไป 99.87 เปอร์เซ็นต์ ปี 2557 ตั้งงบไว้ 72,500 ล้านบาท ใช้จ่ายไป 84.01 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปี 2558 ตั้งงบ 88,823 ล้านบาท ใช้จ่ายแค่ 18.66 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น งบปี2559 ที่ตั้งไว้จำนวน 82,963 ล้านบาท และนำมาจากส่วนอื่นๆ อีก 2 หมื่นล้านบาท รวมเป็นหนึ่งแสนล้านบาท นั้น จะเห็นว่าไม่มีรายละเอียดแผนการใช้จ่าย จึงเห็นควรจะนำเงินที่ไม่ได้เบิกจ่ายมาเก็บไว้เป็นเงินคงคลัง อย่างไรก็ตามที่ประชุมเห็นด้วยตามที่คณะกรรมาธิการการฯแก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายครั้งนี้มีสมาชิกผู้อภิปรายเพียงไม่กี่คน โดยสลับสับเปลี่ยนกันอภิปรายในแต่ละมาตรา อาทิ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ นายทวีศักดิ์ สูทกะวาทิน นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และนพ.เจตน์ ศิระธรานนท์ เป็นต้น ทั้งนี้ในการพิจารณา วาระ 2 มีผู้สงวนคำแปรญัตติ เพียง 2 คน คือนายทวีศักดิ์ และนายมณเฑียร บุญตัน ทั้งนี้หลังจากพิจารณาเรียงตามมาตราจบเสร็จสิ้นแล้วโดยเป็นไปตามที่กรรมาธิการฯ แก้ไข ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนน 184 งดออกเสียง 4 เพื่อประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำงบประมาณปี 2559 เป็นกฎหมายต่อไป พร้อมเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ
จากนั้นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ติดภารกิจไปราชการที่ประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ขอบคุณสมาชิกสนช. ที่ให้ความเห็นชอบ และคณะกรรมาธิการฯ ที่พิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้ด้วยความเหนื่อยยากตลอด 3 เดือน และเท่าที่ดูเนื้อหา เห็นว่าเป็นการทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่มีเสียงค่อนขอด ว่าสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งไม่ได้ทำหน้าที่แตกต่างจากสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง อีกทั้งสมาชิกหลายท่าน ก็อาศัยประสบการณ์ความเป็นข้าราชการนำปัญหาต่างๆ มาสะท้อนได้อย่างละเอียดชัดเจน กฎหมายงบประมาณ ถือว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญที่สุด เพราะไม่ได้เกี่ยวกับกฎหมายการเงินเท่านั้น
แต่เกี่ยวกับความเป็นความตายของประเทศ เป็นเครื่องมือใช้ขับเคลื่อนนโยบายประเทศ เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ศักยภาพการแข่งขันกับต่างประเทศ รวมทั้งวางรากฐานเพื่อพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์ 20 ปี ส่วนข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯและสมาชิก ก็จะนำเข้าที่ประชุมครม. ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.เตรียมสำหรับใช้ทำงบประมาณในปีต่อไป 2.เป็นการลงลึกรายกระทรวง และ 3.ควรประหยัดตัดทอนลดค่าใช้จ่ายอย่าง ซึ่งถ้าทำได้ ก็จะเป็นผลดีของประเทศ ซึ่งข้อสังเกตนี้ จะส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา
"ครั้งนี้เป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณครั้งที่ 2 และมีโอกาสที่จะพิจารณาอีกเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งนายกฯฝากว่า รัฐบาลขอให้ความมั่นใจ ว่าจะนำเงินงบประมาณไปใช้จ่ายให้ตรงกับความประสงค์ของสมาชิก มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติต่อไป "นายวิษณุ กล่าว
ทั้งนี้ที่ประชุมสนช.ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2559 วงเงิน 2.7 ล้านล้านบาท จากนั้นประธานได้สั่งปิดการประชุมเวลา 14.10 น.





