“ชูศักดิ์” เปรียบร่างรธน. ฉบับสืบทอดอำนาจ นำชาติถอยหลัง ปิดบังอำพราง หวังยึดอำนาจตลอดไป ด้าน"สามารถ"ลั่นรณรงค์ให้ประชาชนลงประชามติคว่ำร่าง
นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า พิจารณาแล้วร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีการสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน ไม่ยอมรับหลักการที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ขัดหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยหลายๆ เรื่อง หวังยึดอำนาจต่อไปอีกโดยอาศัยกลไกตามรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้น เห็นได้จากร่างหลายบทหลายมาตรา ตั้งแต่นายกฯ คนนอก ให้มีวุฒิสภาสรรหาถึง 123 คน มากกว่าวุฒิสภาเลือกตั้งเกือบ 2 เท่า แถมในชั้นแรก ให้ครม.ชุดปัจจุบันเป็นผู้สรรหาแต่งตั้งเอง การกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) เพื่อสืบทอดอำนาจ ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า หากนับรวมผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในฝ่ายทหารและตำรวจ
รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิอีก 11 คนซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งโดยสนช. ชุดปัจจุบัน รวมเป็นจำนวน 16 คน จาก 22 คน เกิน 2 ใน 3 ที่จะมีมติในทางนิติบัญญัติหรือบริหารเพื่อให้มีอำนาจเหนือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ แสดงให้เห็นว่า ต้องการให้มีรัฐบาล และสภาผู้แทนราษฎรที่อ่อนแอ เพื่อให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ที่สืบทอดจากการรัฐประหารสามารถเข้าแทรกแซงและยึดอำนาจไปจากรัฐบาลและรัฐสภาได้
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังกำหนดให้การใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติและบริหารของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ให้ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นที่สุด แสดงว่าการใช้อำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ไม่อาจถูกตรวจสอบ ฟ้องร้องในทางใดๆ ได้ หรือไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ เลย บทบัญญัติเช่นนี้จึงขัดต่อหลักนิติธรรมอย่างชัดเจนที่สุด ทั้งๆ ที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญต้องปฏิบัติตามหลักนิติธรรม หรือว่าองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งต้องปฏิบัติตามหลักนิติธรรม
แต่องค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะปฏิบัติอย่างไรก็ได้ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหมด ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างโดยความคิดของเผด็จการอำนาจนิยม กำหนดให้รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยากมาก หากพิจารณากลไกที่สร้างขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจพูดได้ว่าแก้ไขไม่ได้เลย ดังนั้น โดยรวมแล้ว จึงยากที่จะยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ ขอเรียกว่าเป็นฉบับสืบทอดอำนาจ นำชาติถอยหลัง ปิดบังอำพราง หวังยึดอำนาจตลอดไป
เพื่อไทยลั่นรณรงค์ให้ประชาชนลงประชามติคว่ำร่าง
อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เพื่อแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ให้สมาชิกสปช.ได้รับทราบก่อนจะลงมติในวันที่ 6 ก.ย.
โดยนายสามารถ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยให้เป็นตัวแทนมายื่นหนังสือต่อสปช.ให้รับทราบความเห็นของพรรคต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้เป็นฉบับกดหัวประชาชน ทำให้รัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งมีความอ่อนแอ เป็นเป็ดง่อย ไม่นำพาไปสู่การปฏิรูปและการแก้ปัญหาของประเทศ เพราะจะมีอำนาจแฝงอื่นมาครอบงำอำนาจประชาชน โดยมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ(คปป.) มาสืบทอดอำนาจ และปราศจากการตรวจสอบ ซึ่งคปป.ส่วนหนึ่งจะมีองค์ประกอบมาจากการเลือกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ทำให้มีจำนวนมากพอ เกิน 2 ใน 3 ของจำนวนคปป.ทั้งหมด ที่จะเข้ามาเทคโอเวอร์อำนาจบริหารของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้
นายสามารถ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญระบุว่า คปป.เป็นกลไกป้องกันการทำรัฐประหารในอนาคตนั้น การมีคปป.เป็นการรัฐประหารและยึดอำนาจไปแล้วล่วงหน้า เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้มีการแก้ปัญหาไปตามครรลองประชาธิปไตยปกติ การมีคปป.เหมือนเป็นการเตรียมการให้เกิดวิกฤตรอบสอง อย่างไรก็ตาม หากสปช.ลงมติผ่านร่างรัฐธรรมนูญนั้น พรรคเพื่อไทยก็พร้อมจะรณรงค์ให้ประชาชนคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ยังติดปัญหาอยู่ที่ประกาศคสช.ที่ไม่ให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหว
ดังนั้นอยากให้คสช.เปิดกว้างให้พรรคการเมืองรณรงค์ให้ข้อมูลได้อย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ เชื่อว่าหากประชาชนรับรู้จุดอ่อนของรัฐธรรมนูญนี้จะไม่รับร่างแน่นอน เพราะขณะนี้ทุกพรรคการเมืองก็ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว แต่หากประชาชนเห็นด้วยกับการทำประชามติ ก็พร้อมที่จะยอมรับเสียงของประชาชน ส่วนพรรคเพื่อไทยจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือบอยคอตการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ ขอรอดูและตัดสินใจต่อสถานการณ์ไปทีละขั้นตอนก่อน





