"กรณ์"เผยหวังทีมศก.ใหม่ ทำงานทันที ฟื้นเศรษฐกิจ ชี้จุดอ่อนล่าช้าในระบบราชการ เตือนโมเดลปล่อยกู้ต้องระวังหนี้ภาคครัวเรือน
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง การปรับคณะรัฐมนตรีว่า เป็นเรื่องถูกเวลาที่จะปรับ ส่วนจะดีขึ้นหรือไม่อยู่ที่นโยบายโดยไม่ขอวิจารณ์ตัวบุคคล เพราะคิดว่าทราบปัญหาอยู่แล้วเนื่องจากเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลมาโดยตลอดจึงน่าจะทำงานได้เลย บางอย่างตนจึงมีความหวังมากขึ้น เช่น การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เพราะการตั้งซุปเปอร์บอร์ดเป็นความคิดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี
อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นแผนเศรษฐกิจในภาพรวม ส่วนที่มีการระบุถึงการปล่อยกู้ให้ประชาชนและเอสเอ็มอีนั้น ต้องคำนึงด้วยว่า โมเดลปล่อยกู้ทำได้แค่ในระดับหนึ่งเท่านั้นเพราะหนี้ครัวเรือนสูงอยู่แล้ว
"ผมคิดว่าจุดอ่อนในการบริหารเศรษฐกิจที่ผ่านมา ของรัฐบาลค่อนข้างล่าช้าในระบบราชการ เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ เปิดตัวแล้วไม่มีการสื่อสารทำความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล แม้แต่พนักงานธนาคารเองข้อมูลก็คลาดเคลื่อน ระบบไม่พร้อมการวางเป้าหมายไว้ที่5ปี3ล้านคน ซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนั้นแต่ควรเป็น30ล้าน จึงต้องเร่งรณรงค์ให้ประชาชนรับทราบสิทธิว่า สามารถเป็นสมาชิกกองทุนได้ตั้งแต่อายุ 15-60 ปี ควรมีการกระตุ้นผ่านสถานศึกษาซึ่งเฉพาะเยาวชน ส่วนนี้ก็มีจำนวนหลายล้านคนแล้ว"อดีตรมว.คลัง กล่าว
นายกรณ์ กล่าวว่า ส่วนที่หวังว่าโครงการใหญ่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ก็พลาดเป้า เช่น รถไฟทางคู่เพิ่งจัดสรรงบประมาณปีนี้และการเบิกจ่ายเป็นศูนย์ จึงต้องรอดูการทำงานของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในระดับชาติมา และมีความรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร โดยหวังผลว่าจะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น
"ขณะนี้เศรษฐกิจไม่มีอะไรที่ไม่น่ากังวลเลย น่ากังวลทุกด้านทั้งกำลังซื้อภายในประเทศ การส่งออก และผลกระทบจากรายได้ของรัฐที่มีการคาดการณ์ จากการเก็บภาษีที่ขณะนี้รายได้ต่ำกว่าเป้า ถึงกว่าสองแสนล้านบาทเท่ากับกว่า10 %ของประมาณการรายได้เดิม จะทำให้การขาดดุลย์งบประมาณจะเพิ่มขึ้นจาก2.5แสนล้านกว่าเท่าตัว แต่เงินไม่ได้เข้าสู่ระบบ ทำให้รัฐบาลต้องกู้เพิ่มเติมซึ่งจะส่งผลต่อหนี้สาธารณะด้วย รัฐจึงต้องนำเงินเข้าระบบให้เร็วที่สุด การลงทุนประเทศได้ประโยชน์ ไม่ใช่ซื้อหัวรถจักรต่างประเทศเป็นงบลงทุนแต่ไม่ได้ให้ประโยชน์กับเศรษฐกิจภายในประเทศ ตนจึงเห็นว่ารัฐบาลควรลงทุนภายในประเทศแทนการซื้อของจากต่างประเทศ และอยากให้ประเมินทุกโครงการให้ดีว่าคุ้มค่าหรือไม่" นายกรณ์ กล่าว
อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า โดยเฉพาะเรื่องรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนว่าแหล่งเงินจะมาอย่างไร ถ้ากู้100 %ตนไม่เห็นด้วย ในขณะนี้ลาวก็ยังไม่ดำเนินโครงการดังนั้น แม้ไทยจะทำโครงการนี้ก็ไม่สามารถเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้านได้ จึงเป็นเรื่องที่อาเซียนควรทำร่วมกันมากกว่าต่างคนต่างทำ จะทำให้ระดับความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น แต่ถ้าต่างคนต่างทำก็ไม่มีประสิทธิภาพ





