วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พุทธอิสระ'ยื่นผู้ตรวจฯ เอาผิด'ธัมมชโย'

"หลวงปู่พุทธอิสระ"ยื่นผู้ตรวจฯเร่ง 4 หน่วยงานเอาผิด"ธัมมชโย"

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม พร้อมคณะเข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจแผ่นดินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้วินิจฉัยว่า พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอาบัติปราชิกแล้วตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช 

โดยพระพระพุทธอิสระ กล่าวว่า ที่เดินทางมาต้องการทราบหนังสือตอบรับจากนายกรัฐมนตรี และหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช) ที่ส่งมายังผู้ตรวจฯ ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร และอยากให้ผู้ตรวจฯไปติดตามทวงถามความคืบหน้าจาก 4 หน่วยงาน คือ 1.กองบังคับการกองปราบปรามที่ตนเองได้แจ้งความให้เอาผิดพระธัมมชโยที่แต่งกายเลียนแบบสงฆ์ เพราะเมื่อผู้ตรวจฯมีคำวินิจฉัยแล้วว่า พระธัมมชโยอาบัติปราชิกตั้งแต่ปี 2542 แต่ถึงวันนี้กองปราบฯก็ยังไม่ดำเนินการใด 2. สำนักงานอัยการสูงสุด ที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าจะรื้อฟื้นคดีพระธัมมชโยขึ้นใหม่ได้หรือไม่

3.กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ตนได้แจ้งความไว้ว่าสำนักพระพุทธศาสนา และเจ้าคณะปกครองนำชื่อของพระธัมมชโยไปขอรับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นเทพทั้งที่คำวินิจฉัยผู้ตรวจฯชัดเจนแล้วว่า พระธัมมชโยไม่ใช่พระ จึงถือเป็นการหลอกลวงเบื้องสูง และ 4.ทางสำนักพระพุทธศาสนา ได้มีการดำเนินการอย่างไรบ้างหลังได้รับคำวินิจฉัยผู้ตรวจฯว่าพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระวินิจฉัย ไม่ใช่พระดำริเพราะการประชุมมหาเถรสมาคมล่าสุดไม่พบว่ามีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นพิจารณา ทั้งที่มีพระผู้ใหญ่ท้วงติง   

"อยากให้ผู้ตรวจฯติดตามเรื่องนี้กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นที่ยุติโดยอยากให้ทำแล้วเสร็จก่อนที่จะมีการถวายพระเพลิงสมเด็จพระสังฆราชในเดือนธ.ค.นี้ เพราะถ้าหากทิ้งแล้วจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติทำให้กลายเป็นการถวายพระเพลิงสมเด็จพระสังฆราชที่มีมลทิน และเรื่องดังกล่าวจะยิ่งสร้างความเสียหายให้กับพระธรรมวินัยและหมู่พระสงฆ์ต้องแตกแยก เพราะล่าสุดพระสงฆ์วัดพระธรรมกายออกบิณฑบาตร ก็ถูกประท้วง ซึ่งก็เป็นภาพที่ไม่ดีกับวงการสงฆ์"พระพุทธอิสระ กล่าวพร้อมกับ

ขอบคุณผู้ตรวจการแผ่นดินที่ได้ทำเรื่องนี้จนกระจ่างว่าพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชไม่ใช่พระดำริ