"จุรินทร์"อัดเขียนรธน."ปิดประตูตีเเมว" อัดประชามติเป็นละคร เกรงปชช.ไม่ยอมรับเเขณะที่รองหน.ปชป.เผยไม่มั่นใจร่างรธน.ใหม่ ตอบโจทย์ปัญหาประเทศ
ในวันนี้ทีมงานโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ ส่งความเห็นของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้ความเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญเเจกจ่ายสื่อมวลชนว่า ตนเพิ่งเห็นตัวร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ สปช. วันนี้ ซึ่งนอกจากเห็นว่ามี“เนื้อหา”ที่จะพาประเทศไปสู่ทิศทางที่น่าเป็นห่วง แล้ว “กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ”ก็ดูเหมือนจะดำเนินไปแบบ“ปกปิด” จนทำให้รู้สึกเสมือนการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องส่วนตัวของกรรมาธิการเท่านั้น คนอื่นไม่เกี่ยว
ทั้งที่รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนและเกี่ยวข้องกับทุกสถาบัน ทุกคนจึงควรมีสิทธิ์มีส่วนรับรู้ แสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ได้ตั้งแต่ต้น โดยผ่านกระบวนการยกร่างที่โปร่งใสเปิดเผย และกรรมาธิการก็มีหน้าที่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังไม่ใช่ทำแค่เป็นพิธีกรรม ดังนั้นเมื่อได้ติดตามกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้
จึงเห็นได้ชัดเจนว่ามีความพยายามที่จะผลักดันให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นไปตาม“เป้าหมายซ่อนเร้น”ที่ได้กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวได้ถูกระบุไว้ในการเขียนรัฐธรรมนูญช่วงต้น เพียงแต่ต่อมาเมื่อถูกวิจารณ์และสะท้อนการไม่ยอมรับจากหลายฝ่ายอย่างกว้างขวาง ในช่วงกลางกรรมาธิการจึงลดแรงเสียดทานโดยการเปิดรับฟังความคิดเห็นและนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขจนกระทั่งดูเหมือนจะทำให้รัฐธรรมนูญดูเข้ารูปเข้ารอยและยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตยมากขึ้น
แต่สุดท้ายก็มีการ“มุบมิบ”นำเนื้อหาใน“เป้าหมายซ่อนเร้น”เดิม “แปลงรูป”แล้วใส่กลับเข้ามาใหม่ในช่วงปลาย โดยไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายใดแสดงความเห็น และล่วงรู้เนื้อหาที่แท้จริงได้แม้แต่สื่อมวลชน แล้วรีบ“ปิดประตูตีแมว”สรุปนำเสนอ สปช. พิจารณาให้การรับรองในทันที! การใช้เงินงบประมาณจัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นและจัดทำผลสำรวจความเห็นของประชาชนก่อนหน้านี้จึงเป็นแค่“ละคร” ซึ่งทำให้ตนเป็นห่วงกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็น“ตราบาป”ตั้งแต่นับหนึ่งให้กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้และอาจมีผลให้เกิดการไม่ยอมรับ จนต้องนำไปสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่อีก
"สาธิต"ไม่มั่นใจร่างรธน.ใหม่ ตอบโจทย์ปัญหาประเทศ
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญ ให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ( สปช.) ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่หมกเม็ดและไม่เป็นประชาธิปไตยว่า ต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยจริง หากมองในแง่การแบ่งแยกอำนาจ 3 ฝ่าย ตามหลักการปกครองระบบรัฐสภา ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ถ้ามองบริบทและจุดมุ่งหมายของผู้ร่าง ที่ออกมายืนยันว่าเป็นการออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาของการเมืองไทย ที่มีปัญหาพิเศษต่างไปจากประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ ส่วนจะสามารถตอบโจทย์แก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่นั้น
ส่วนตัวยังไม่มั่นใจตามที่ กมธ.ยกร่างฯ หรือผู้มีอำนาจคาดหวัง เพราะการแก้ไขปัญหาการเมืองไทยที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด และการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตตามที่กฎหมายกำหนดของผู้มีอำนาจในขณะนั้น ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ส่วนการแก้ไขคือต้องปลูกฝังและอธิบายทำความเข้าใจการปกครองแบบรัฐสภา ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้ประชาชนทุกระดับชั้น เข้าใจและเห็นเป็นรูปธรรม
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยและกลุ่ม นปช. ประกาศคว่ำการทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะถือเป็นการสืบทอดอำนาจและเป็นร่างทรงเผด็จการนั้นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนยังรู้สึกสับสนกับพฤติกรรมของพรรคเพื่อไทย ที่ปากเรียกร้องประชาธิปไตย ขอให้รัฐบาลคายอำนาจ เดินตามโรดแมปเพื่อจัดเลือกตั้งให้เร็วที่สุด แต่วันนี้ กลับออกมารณรงค์ให้ประชาชนคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ขอถามว่า ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญแล้วจะเลือกตั้งได้อย่างไร ตนจึงเห็นว่า แม้วันนี้ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ
แต่เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมของคนที่ชอบอ้างประชาธิปไตย เมื่อมีอำนาจแล้ว กลับปู้ยี้ปู้ยำประเทศใช้นโยบายสร้างกระแสโดยไม่รับผิดชอบ สร้างหนี้สาธารณะให้ประเทศมากมาย ตนจึงคิดว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ยังดีกว่า พฤติกรรมเลวๆ ของนักการเมืองบางคน ส่วนการรณรงค์ให้ประชาชนว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้ประชาชนศึกษารายละเอียดในร่างรัฐธรรมนูญให้ดีก่อน เพราะมีผลกระทบต่อทุกคน





