วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ร่างรธน.แจงหน้าที่กก.ยุทธศาสตร์เหมือนรถดับเพลิง

กมธ.ร่างรธน.แจงหน้าที่พิเศษกก.ยุทธศาสตร์เหมือนรถดับเพลิง หากเหตุไฟไหม้ไม่เกิด รถดับเพลิงก็ไม่ต้องใช้

นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง กล่าวถึงการเขียนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้อำนาจแก่คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ  ในการป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ที่หลายฝ่ายทักท้วงว่าไม่เหมาะสมและกังวลว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงว่า ประเด็นการให้อำนาจดังกล่าวเพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ภายใต้อำนาจและหน้าที่ที่มีอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่พิเศษที่จะดำเนินการ ไม่ใช่อำนาจพิเศษตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ ซึ่งหน้าที่ที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลนั้น อาจจะถูกมาใช้ก็ได้หรือไม่ถูกนำมาใช้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งคล้ายกับการเตรียมรถดับเพลิงไว้ใช้เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ หากไฟไม่ไหม้ รถดับเพลิงก็ไม่จำเป็นต้องใช้

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า หน้าที่ของกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ที่ระบุไว้ในเนื้อหาที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลนั้น มีกลไกที่ต้องดำเนินการใน 4 ขั้นตอน คือ 1.มีเหตุการณ์ความขัดแย้งกระทบต่อความมั่นคง 2. ครม. และสถาบันการเมือง  คือ สภานิติบัญญัติที่ไม่สามารถใช้กลไกปกติดำเนินการแก้ไขปัญหาให้คืนสู่ความสงบได้ 3.กรรมการยุทธศาสตร์ฯ ต้องปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ ฐานะผู้ที่ดูแลการปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครอง ฐานะผู้มีหน้าที่ดูแลการดำเนินการทางการบริหาร เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และ 4.กรรมการยุทธศาสตร์ฯ ต้องลงมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 เพื่อเห็นชอบกับมาตรการที่นำไปใช้แก้ไขความไม่สงบ ขณะเดียวกันบทบัญญัติที่ระบุให้มีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาเมื่อมีการใช้อำนาจตามที่กำหนด ถือเป็นกระบวนการที่จะทำให้เกิดการตรวจสอบการใช้อำนาจของกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ได้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันที่ 17-19 ส.ค. ที่จะเชิญ สปช. ทั้ง 8 กลุ่มที่เสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญและครม.เข้ารับฟังคำชี้แจงและการยกร่างบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญนั้น ได้มีการจัดทำตารางเข้ารับฟังการชี้แจงแล้ว โดยในวันที่ 17 ส.ค. เวลา 10.00 น. จะเป็นลำดับกลุ่มสปช. ของนพ.พลเดช ปิ่นประทีป, เวลา 13.30 น. กลุ่มของนายธีรยุทธ หล่อเลิศรัตน์ และ เวลา 16.00 น.เป็นกลุ่มของนายมนูญ ศิริวรรณ , วันที่ 18 ส.ค. เวลา 10.00 น. เป็นลำดับกลุ่มของนายสมชัย ฤชุพันธุ์, เวลา 13.30 น. เป็นกลุ่มของนายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ และเวลา 16.00 น. เป็นลำดับของกลุ่มนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์และนายเสรี สุวรรณภานนท์ ขณะที่วันที่ 19 ส.ค. เวลา 10.00 น. เป็นกลุ่มของนายประสาร มฤคพิทักษ์, เวลา 13.30 น. กลุ่มของนายพงศ์โพยม วาศภูติ และเวลา 16.00 น. จะเป็นลำดับของครม.