วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปช.รายงานผลงานให้ประชาชนทราบ

สปช.รายงานผลงานให้ประชาชน ให้พิจารณา-ร่วมเป็นเจ้าของ "เทียนฉาย"พร้อมตามงานปฏิรูปต่อ แม้หมดวาระแล้ว เผยงานปฏิรูปเคยมีใบสั่ง

สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำโดยนายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสปช., นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช. คนที่ 1 และ น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช. คนที่2  รวมถึงสมาชิก สปช. ร่วมจัดงาน สปช.รายงานประชาชน เรื่อง เปลี่ยนประเทศไทย กับสปช. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิร์ด กทม. เพื่อร่วมรายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะต่อแนวทางการปฏิรูปทั้ง 36 วาระปฏิรูปและ 7 วาระพัฒนาต่อประชาชนและส่งมอบให้กับรัฐบาล ผ่าน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งนี้บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากจะมีสมาชิกสปช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสปช. เข้าร่วมงานแล้ว ยังมีตัวแทนของพรรคการเมือง  , องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และภาคราชการเข้าร่วมรับฟังการรายงานผลงานในครั้งนี้ด้วย                                   

ทั้งนี้ก่อนถึงเวลารายงานผลการศึกษาและแนวทางการปฏิรูปอย่างเป็นทางการ นายเทียนฉาย ได้กล่าวเปิดใจถึงงานปฏิรูปที่สปช.ได้ดำเนินการศึกษา ซึ่งใช้เวลานานกว่า 10 เดือน ว่า งานปฏิรูปตามความต้องการขององค์รัฎฐาธิปัตย์นั้น ถือว่าทำได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสปช. ได้ทยอยผลการศึกษาและแนวทางไปให้กับรัฐบาลอยู่เป็นระยะ นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2558เป็นต้นมา แต่ผลการปฏิบัติที่ออกมาจากรัฐบาล ตนมองว่าอยู่ระหว่างการเลือกที่จะปฏิบัติตาม เนื่องจากข้อเสนอของสปช.ที่เสนอไปกว่า 40 -50  เรื่อง หากทำทั้งหมดทันที รัฐบาลคงไม่สามารรับมือกับผู้ที่เสียประโยชน์ได้ เพราะแผนการปฏิรูปที่เสนอไปนั้นยอมรับว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กรและโครงสร้าง ที่ทำให้มีผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์                        

อย่างไรก็ตามแผนการปฏิรูปที่ส่งให้รัฐบาลและเตรียมที่จะรายงานประชาชนนั้น ตนไม่สามารถยืนยันเป็นคำพูดหรือถ้อยคำได้ว่า ไม่มีใบสั่งจากผู้มีอำนาจหรือ คสช. แต่หากถามสปช. จะทราบว่าที่ผ่านมาเราได้ฉีกใบสั่ง หรือสิ่งที่ตนเรียกว่า คำร้องขอไปทั้งหมดเท่าไรแล้ว ดังนั้นในแผนปฏิรูปนั้นตนอยากให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าของและร่วมติดตามการทำงานในระยะต่อไปของรัฐบาลด้วย หลังจากที่สปช. พ้นวาระไปแล้ว ทั้งนี้ตนเชื่อว่าแม้สปช.จะพ้นวาระไปแล้ว แต่วิญญาณการปฏิรูปของสปช.ยังคงมีอยู่และพร้อมจะติดตามการทำงานฐานะประชาชนต่อไป ทั้งนี้หลังจากที่ส่งมอบแผนปฏิรูปให้รัฐบาลแล้ว สปช.จะทำสรุปประเด็นปฏิรูปด้านต่าง ๆ ส่งมอบให้กับประชาชนด้วย

นายเทียนฉาย กล่าวถึงการทำงานของสปช. ต่อประเด็นการลงมติร่างรัฐธรรมนูญและการตั้งคำถามประชามติว่า ประเด็นตั้งคำถามประชามตินั้น ขณะนี้มีหลายญัตติที่จะเสนอเข้ามาให้สปช. พิจารณา อาทิ การเว้นวรรคเลือกตั้ง 2 ปีเพื่อให้การปฏิรูปแล้วเสร็จ , การมีรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ, การไม่เสนอคำถามประชามติเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดจะต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง ส่วนการลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอร่างรัฐธรรมนูญจากกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะถึงกำหนดส่งในวันที่ 22 ก.ค. นี้  โดยตามกติกาที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2558 กำหนด เมื่อได้รับร่างรัฐธรรมนูญแล้วต้องรอการพิจารณาไว้15 วัน และเมื่อครบ มีเวลาอีก 3 วันเพื่อลงมติ ซึ่งจะอยู่ช่วงวันที่ 7ก.ย. ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามตนมีความคิดต่อการลงมติร่างรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยเพราะกังกวลว่าจะเป็นการชี้นำ

"สำหรับการปรึกษาหารือของสปช. ต่อร่างรัฐธรรมนูญ ช่วงที่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้วทำได้ แต่ต้องพิจารณาไม่ให้เป็นการโน้มน้าวเพื่อให้มีความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในทางใดทางหนึ่ง หรือเรียกว่าการล็อบบี้ ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่ารัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านความเห็นชอบ หรือถูกมองว่าร่างรัฐธรรมนูญแท้งนั้น ผมคิดว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น แต่สถานการณ์ขณะนี้ยังยากที่จะพยากรณ์" นายเทียนฉาย กล่าว

นายเทียนฉาย กล่าวถึงกรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนสปช.ว่า  ตนไม่แน่ใจว่าสภาขับเคลื่อนฯจะเข้ามาสานต่องานสปช.หรือไม่ เพราะเมื่อสปช.เริ่มทำงานปฏิรูปก็เริ่มจากการบ้านแต่ขณะนี้จะจบด้วยการเมือง ซึ่งตนมองว่าขณะนี้โร้ดแม็พยังปรับได้

จากนั้นดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย สภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) ได้นำเสนอทิศทางอนาคตไทย เรื่อง “วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การปฎิรูประเทศไทย” โดยได้กล่าวถึง โลกในศตวรรษที่ 21 ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการเมือง ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวะเสี่ยงและภัยคุกคาม ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ในเวทีโลก ยังไม่สามารถก้าวพ้นการเมืองที่มีปัญหาสั่งสม และปัญหาคุณภาพของคนกับขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของประเทศ ขณะที่โครงสร้างประชากรกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และการเผชิญกับดักประเทศรายได้ระดับปานกลาง พร้อมกับเผชิญกับดักความเหลื่อมล้ำและคุณธรรมที่เสื่อมทราม  ต่อมาเป็นการนำเสนอเรื่อง “สานพลังการปฎิรูปประเทศสู่อนาคต” โดย ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล และศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงษ์ อรุพีพัฒนพงศ์  

ช่วงบ่ายเป็นการรายงานสรุปผลงานของสปช.ที่น่าสนใจในรูปแบบของ panel  โดยแบ่งเป็น 6 ห้อง ตามกลุ่มวาระปฎิรูปคือ ห้องที่ 1 รายงานเรื่อง ระบบการเลือกตั้งที่สุจริตยุติธรรม ห้องที่ 2 รายงานเรื่อง กลไกป้องกันและขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบและการบังคับใช้กฎหมาย ห้องที่ 3 รายงานเรื่อง การขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ห้องที่ 4 รายงานเรื่อง การขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสังคม ห้องที่ 5 รายงานเรื่อง กลไกของรัฐที่มีประสิทธิภาพ ห้องที่ 6 รายงานเรื่อง คุณภาพคนและพลเมือง 

และในเวลา 16.00 น. นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) จะรายงานและส่งมอบผลงานสปช.แก่ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี