"พล.อ.ประยุทธ์" วอนฝ่ายการเมือง ถามใจประชาชนเรื่องปฏิรูป ย้ำไม่เคยปฏิเสธเลือกตั้ง แต่ยังไม่เห็นนักการเมืองในความคาดหวัง
ท้านักการเมืองพูดจะปฏิรูปก่อนหรือหลัง ปลุกพลังเงียบ แสดงความเห็น อย่าปล่อยคู่ขัดแย้งเดิมตัดสินประเทศ
วานนี้ (11ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงจุดยืนในการปฏิรูป ว่า วันนี้ต้องเข้าใจว่าการปฏิรูปคืออะไร ประชาชนทั้งประเทศต้องการอะไร ถามเขาหรือยัง ไม่ใช่ท่านมาบอกว่าตนเป็นคนกำหนด แต่ที่สุดท่านต้องมากำหนดโดยบอกว่าต้องเลือกตั้งมา ประชาธิปไตยต้องเป็นอย่างนี้อย่างนั้น
“ผมไม่เคยปฏิเสธเลือกตั้งได้ก็เลือกไป แต่ผมเป็นห่วง คนดีจะได้มาอย่างไรผมไม่รู้ และผมก็ยังไม่เห็นคนที่เป็นความหวังของผม ความหวังของผมก็ไม่ใช่แบบนี้ ใครจะเข้ามาสู่กระบวนการการเมือง นักการเมืองใหม่ๆมีหรือยัง ก็ยังไม่รู้ ไม่ว่าใครมาพูดถึงผม หรือผมพูดถึงใคร และไม่ตรงกัน ผมไม่เกี่ยวกับใคร ผมคิดไม่เป็นหรือไง พอทำอย่างนี้ปุ๊ปก็บอกว่าตรงกับคณะอื่นที่ทำไว้แล้ว ผมคิดเป็น ผมไม่โง่ อยู่ทุกวันนี้ก็ใช้สติปัญญาทำงาน ไม่เคยดูถูกใคร เพียงแต่ไม่ชอบคนที่ไม่เข้าใจแล้วมาพูด แล้วสื่อไปคล้อยตามเสนอให้คนรับรู้กันทั่วไป แล้วหวังความสงบสุขบ้านเมืองนี้มากจากไหน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า การปฏิรูปจะทำได้หรือไม่ ตนไม่รู้ ทุกคนต้องการปฏิรูปหมด แต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย การปฏิรูปจะต้องเริ่มจากจิตใจตัวเองก่อน ว่าพร้อมจะทำหรือไม่ ถ้านักการเมืองทุกคนออกมาพูดพร้อมกัน ว่าจะร่วมกันปฏิรูปตรงนี้ ตนสบายใจ จะไปไหนก็สะดวก จะปฏิรูปกันอย่างไรก็ว่ามา ปฏิรูปก่อน ปฏิรูปหลัง เป็นเรื่องของท่านไปคุยกันมา อย่างนี้ประชาชนก็จะเป็นประจักษ์พยานว่านักการเมืองพูดแล้ว อย่างนี้ไปได้ แต่ไม่ใช่มาพูดวิจารณ์ถึงเราที่กำหนดแนวทางปฏิรูปไว้ให้ มันไม่ดีมั้ง เราเพียงเสนอไป รัฐบาลหน้าจะทำหรือไม่ทำตนไม่รู้ ทั้งนี้เมื่อมีการเสนอพิมพ์เขียวปฏิรูปมาในวันที่ 6 ก.ย. ตนก็รับยังไงก็ต้องตั้งคณะกรรมการใหม่อยู่แล้ว ตนก็จะเอาอันนี้ส่งให้เขาไปพิจารณาต่อในคณะใหม่ ซึ่งรัฐบาลหน้าจะตั้งมากี่คนสองร้อยหรือไม่ วันนี้ตนยังไม่ได้ตั้งใครสักคน ไม่ต้องมายื่นข้อเสนอว่าตนต้องทำนี่ จะคว่ำไม่คว่ำ ตนเคยบอกแล้วว่าใครเสนอมาตนไม่เอาคนแรก ตนคิดเอง เดี๋ยวก็หารือกันต่อไป ก็แค่นั้น ฉะนั้นทำอย่างไรจะเดินหน้าได้ การปฏิรูปในวันนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติ แค่เสนอมาในรัฐบาลนี้ มันจึงต้องมีสองคณะ เพื่อกลั่นกรองว่าเห็นด้วย ระหว่างคณะใหม่คณะเก่า อันไหนดีเขาก็ทำต่อ อันไหนไม่ดีเขาก็ปรับใหม่ อย่าเพิ่งไปร้อนใจ ปีหน้าตนก็เอาของพวกนี้มาทำให้เว้นแต่บางอันที่ได้ไม่มีปัญหาเยอะ เป็นโครงสร้างที่ไม่มีผลกระทบ เรื่องใหญ่ๆ ตนก็ทำให้
นายรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า แม้กระทั่งเรื่องตำรวจปีหน้าตนก็ทำ ซึ่งคิดไว้แล้ว 6-7 อย่าง ฝ่ายความมั่นคงเสนอมาแล้วคอยคิดตามดูแล้วกัน อีกทั้งทางสปช.เสนอมา 15- 16 เรื่องซึ่งก็ตรงเป็นกันส่วนใหญ่ แต่ละเรื่องจะทำได้แค่ไหนไม่ใช่ทำครั้งแรกรื้อหมดเลย จะไหวหรือไม่ มันไม่ได้เพราะบ้านเมืองจะหยุดทุกอย่าง เพื่อรอปรับโครงสร้างถ้ามีโจรผู้ร้ายจะทำอย่างไร ต้องคำนึงถึงตรงนี้ ตนได้สั่งให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ทำเรื่องการปรับโครงสร้าง กระทรวงกลาโหมก็ทำมาแล้ว อย่าไปคำนึงเรื่องทุจริตกันมากนักเลย ถ้ามีการทุจริตก็ตรวจสอบกัน วันนี้ถึงวันหน้า
“รัฐบาลที่เข้ามาวันนี้ก็รู้ว่าต้องทำอะไร ต้องแก้ปัญหาตรงไหนบ้าง คือทุกคนลืมไปหมดแล้วว่าวันนี้เราเข้ามาอยู่ทำอะไร จนลืมไปและนึกว่าเลือกตั้งผมมาหรือไง และถ้าผมลงสมัครก็ไม่มีใครเลือกอยู่แล้ว ส่วนผมจะอยู่แค่ไหนก็ดูที่รัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร มันมีสองพวกเสมอพวกหนึ่งอยากให้อยู่ พวกหนึ่งอยากให้ไป อีกพวกอยู่ตรงกลาง ซึ่งตรงกลางนั้นสำคัญต้องแสดงให้เห็นบ้างว่าจะเอาอย่างไร เลือกตั้งคราวหน้า มาถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ได้ไหม จะอย่างไรก็แล้วแต่ทำให้มันครบเถอะ วันนี้มันเหมือนมีคนอยู่แค่สองฝ่ายถือกันคนละข้างและเลือกตั้งกันอยู่แค่นี้ ที่เหลือตรงกลางไม่รู้เรื่องเลย เพราะหลายคนก็ไม่ชอบการเมือง เวลามีการเลือกตั้งก็ไม่ออกมาเลือกกัน แต่พอถึงเวลาก็มาต้องการอย่างนี้อย่างนั้นมันไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





