วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปช.ยัน'ภักดี' มีคุณสมบัติเป็นกรรมการครบ

ป.ป.ช. ยัน “ภักดี” มีคุณสมบัติเป็นกรรมการครบ ด้านสนช.นัดปิดคดีถอดถอน 248 อดีต ส.ส.13ส.ค. พร้อมลงมติสอย 14 ส.ค.นี้

ผู้สืื่อข่าวรายงานว่า รัฐสภามีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 248 คน ออกจากตำแหน่ง จากกรณีร่วมกันลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว. โดยมิชอบ ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประกอบมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 โดยเป็นการซักถามประเด็นตามที่ที่ประชุมสนช.กำหนดตามญัตติของสมาชิก โดยคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ซักถามตามข้อบังคับ ข้อ 154 วรรคสาม โดยมีสมาชิกยื่นญัตติซักถามเพียงคนเดียวคือ พล.ท. อดุลยเดช อินทะพงษ์ ถามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะผู้กล่าวหา ทั้งนี้ป.ป.ช.ได้ส่ง นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช.พร้อมตัวแทน ขณะที่ ผู้ถูกกล่าวหาคือ อดีต 248 ส.ส. ได้ส่งตัวแทนจำนวน 13 คน เข้าร่วม อาทิ นายสามารถ แก้วมีชัย นายวิทยา บูรณศิริ นายวิชาญ มีนชัยอนันต์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็นต้น 

จากนั้นที่ประชุมได้เริ่มต้นกระบวนการซักถาม โดยนายยุทธนา ทัพเจริญ สมาชิก สนช. ในฐานะกมธ.ซักถาม ได้ถามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ผู้กล่าวหา ว่า ตลอดกระบวนการถอดถอนตั้งแต่ อดีต 38 ส.ว.นั้น รวมถึงการยื่นถอดถอนในครั้งนี้ ป.ป.ช.ยังยืนยันในคุณสมบัติของนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช.หรือไม่ เพราะเหตุใด

นายวิชัย ตอบข้อซักถามว่า เรื่องนี้เป็นการกล่าวหาเป็นวาทะกรรมทางการเมืองมากกว่าวาทะกรรมทางกฎหมาย เป็นคำกล่าวที่ไม่มีข้ออ้าง แต่เพื่อความกระจ่างและคลายความสงสัย โดยที่ผ่านมานายภักดีเคยโดยยื่นถอดถอนออกจากกรรมการป.ป.ช. แต่วุฒิสภาก็ไม่ได้มีมติถอดถอน นอกจากนี้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ยังได้เป็นโจทย์ฟ้องนายภักดี ว่า แอบอ้างเป็นกรรมการป.ป.ช. แต่ศาลอาญาก็ได้ยกฟ้อง ดังนั้นนายภักดีก็ยังมีสถานะเป็นกรรมการป.ป.ช. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2549 เพราะฉะนั้นเรื่องทางกฎหมายก็ถือเป็นที่ยุติไปแล้ว

นายวิชัย กล่าวว่า แม้ศาลจะเห็นว่านายภักดี มีคุณสมบัติครบ แต่กรรมการป.ป.ช.ก็ต้องการให้มีความกระจ่าง ได้รับการยอมรับทั้งกายและใจ จึงพยายามสืบค้นทางเอกสารเพื่อให้คลายข้อสงสัย ซึ่งไม่พบว่า ก่อนรับตำแหน่ง 6 ต.ค. 2549 จะยังอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษาของบริษัทใด จนเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการป.ป.ช. อย่างไรก็ตามการดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาในบริษัทใดๆไม่ได้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ แต่ไปดำรงตำแหน่งในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ที่ต้องไปนั่งโดยตำแหน่งอยู่แล้ว และบริษัทดังกล่าวเป็นเครือข่ายของอย. ซึ่งการยื่นใบลาออกได้มีการแสดงเจตนาไปแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของบริษัทและคนนอก ไม่เกี่ยวกับนายภักดีอีก ดังนั้นนายภักดีจึงมีคุณสมบัติเป็นกรรมการป.ป.ช.สมบูรณ์ทุกประการ ไม่มีการฝ่าฝืนทางกฎหมาย

ภายหลังเสร็จสิ้นการกระบวนการซักถาม นายสุรชัย ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า กระบวนการหลังจากนี้ที่จะให้ทั้ง 2 ฝ่ายแถลงปิดสำนวนทั้งด้วยวาจาและเอกสาร ซึ่งขณะนี้มีผู้แจ้งขอแถลงปิดสำนวนด้วยวาจามาแล้วคือป.ป.ช. ผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหา คือนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาพร้อมคณะอีก 6 คน และจากพรรคเพื่อไทยนำโดย นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล อดีตส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมคณะอีก 8 คน ขอแถลงปิดคดีเป็นหนังสือ ทั้งนี้ที่ประชุมได้นัดประชุมสนช.เพื่อฟังการแถลงการณ์ปิดสำนวนด้วยวาจาในวันที่ 13 ส.ค.และลงมติในวันที่ 14 ส.ค. เวลา 10.00 น.