วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯลงพื้นที่ตรวจเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

"พล.อ.ประยุทธ์"ลงพื้นที่ตรวจเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อตรวจดูภัยแล้ง พร้อมให้ทำแก้มลิงรอบเขื่อน

พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุบรรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยมี นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีและนายปัญญา กัลปสุต ผู้อำนวยการจัดสรรน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ให้การต้อนรับ

ซึ่งหลังจากนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางด้วยเฮลิคอบเตอร์ถึงสนามบินของเขื่อน ได้นั่งรถรางตรวจสภาพภัยแล้ง และปริมาณน้ำของเขื่อนป่าสักฯ โดยในวันนี้ ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักอยู่ที่ 40.18 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 4% โดยมีน้ำไหลลงสู่เขื่อนที่วันละ 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีหรือวันละ 2.17 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 12 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีหรือวันละ 1.08 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้พอมีน้ำเหลือเก็บสะสมไว้ในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนป่าสักได้บ้าง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ตรวจสอบแผนดำเนินงานของเขื่อนป่าสักฯ หลังรัฐบาลจัดสรรงบประมาณลงมาช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งทางเขื่อนได้จัดทำโครงการขุดลอกทำแก้มลิง หรือหลุมขนมครก บริเวณริมเขื่อนป่าสักตลอดแนว ซึ่งจะสามารถเก็บกักน้ำเพิ่มได้อีก 46 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งของปีต่อไป ชาวบ้านจะไม่ได้รับผลกระทบมากจากน้ำทำการเกษตรและน้ำในการอุปโภค บริโภค เนื่องจากหลุมขนมครกที่ทางเขื่อนขุดจะสามารถเก็บน้ำไว้ในบ่อต่าง ๆ ที่อยู่รอบเขื่อนป่าสักตลอดแนว ทำให้จะเป็นผลดีกับชาวบ้านในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล พัฒนานิคม ร่วมถึงชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีอีกด้วย

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้แวะสักการะพระพุทธรัตนมีมหาบพิตรชลสิทธิ์มงคลชัย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงปู่ใหญ่ป่าสัก ซึ่งอยู่บริเวณท้ายเขื่อนโดยมีชาวบ้านจากจังหวัดสระบุรีและลพบุรี ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรี อย่างอบอุ่นตลอดเส้นทางที่นายกผ่าน และให้กำลังใจนายกฯให้ทำงานต่อไป

ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเขื่อนป่าสักนั้น น่าตกใจมาก เนื่องจากมีน้ำเหลือน้อย แต่จากการฟังรายงานจากท่านผู้ว่าฯ และ ผอ.เขื่อน พบว่า ขณะนี้มีน้ำไหลลงเขื่อนมามากพอสมควร ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก น่าจะผ่านพ้นภัยแล้ง โดยเฉพาะการทำโครงการหลุมขนมครก และการทำแก้มลิงรอบเขื่อน เพื่อเพิ่มการเก็บน้ำในเขื่อนได้อีก 46 ล้านจะทำให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้ง พร้อมกับจะมีการสอนอาชีพให้กับชาวบ้านที่อยู่รอบเขื่อนป่าสัก ได้ทำการเกษตรต้นทุนต่ำ แต่รายได้สูงขึ้น เพื่อเป็นการฝึกให้กับเกษตรกรได้ทำกิน