โฆษก กอ.รมน.เผยผบ.ทบ.ย้ำกำลังพล 3 จังหวัดชายแดนใต้เข้มงานข่าวเชิงรุก พร้อมมาตราการเชิงรับด้านยุทธวิธี ยกเหตุคนร้ายใต้โจมตีชุดคุ้มครองบาโร๊ะ
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกประจำเดือนสิงหาคม โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธาน โดยในที่ประชุม กอ.รมน. ได้นำเสนอผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ 2 ประจำปี 2558
โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติในเรื่องที่สำคัญ ได้แก่ เห็นชอบให้การสนับสนุนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดเครื่องบินสนับสนุนการเดินทางของประชาชนไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อ่าวปัตตานี เห็นชอบโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง บ.บากง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
โดยมอบให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยรับผิดชอบ และมอบหมายให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการ การใช้งานกล้อง CCTV ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ขั้นของการวางแผนติดตั้ง การจัดหา และการซ่อมบำรุง สำหรับศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ให้เป็นหน่วยรับผิดชอบการควบคุมและการเชื่อมโยงระบบข้อมูลเครือข่าย
พ.อ.บรรพต กล่าวว่า นอกจากนี้ ผบ.ทบ. ได้สั่งการเพิ่มเติมให้เตรียมกำลังพลปฏิบัติราชการสนาม ประจำปี 2559 ตามที่ได้มีการประเมินสถานการณ์และอนุมัติกรอบอัตราไปแล้ว โดยให้คัดเลือกคนที่มีความพร้อมเป็นหลัก แทนการจัดหมุนเวียนตามโควตา และให้นำยุทโธปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีสูงของหน่วยไปใช้อย่างคุ้มค่าด้วย ในช่วงท้ายก่อนเสร็จสิ้นการประชุม ผบ.ทบ. ได้ชมเชยการปฏิบัติการกิจการพลเรือน งานมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้เน้นย้ำงานด้านการข่าวเชิงรุก รวมถึงมาตรการเชิงรับทางยุทธวิธีโดยให้นำบทเรียนกรณีชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะมาปรับปรุงแก้ไข ทั้งนี้ให้ถือว่าไม่มีการปฏิบัติทางธุรการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้





