"สมยศ"สั่ง ผบช.ภ.8 ชี้แจง"สุเทพ" กรณีการย้ายกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค8
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) - พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีการย้ายที่ทำการกองบัญชาการการตำรวจภูธรภาค 8 จาก จ.สุราษฎร์ธานี ไปอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่คำนึงถึงความสำคัญของ จ.ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทำรายได้สูงที่สุดให้กับประเทศไทย ตนจึงได้จัดสรรงบประมาณจากกองทุนต่างๆ เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการจนแล้วสำเร็จ เนื่องจากผู้บัญชาการที่ผ่านมา ไม่ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ รวมทั้งได้ก่อสร้างบ้านพักทั้งข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่และข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยเอาไว้พร้อมแล้ว โดยยืนยันว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมการย้ายเอาไว้พร้อมแล้ว เพื่อลดความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจ ที่ต้องย้ายที่พักจาก จ.สุราษฎร์ธานี ไปอยู่ที่ จ.ภูเก็ต
“กรณีข้าราชการตำรวจท่านใดที่ได้รับความเดือดร้อน หรือไม่มีความประสงค์ที่จะย้ายภูมิลำเนาไปยัง จ.ภูเก็ต ก็สามารถใช้สิทธิที่จะเบิกค่าเช่าบ้านพัก หรือกรณีจะเดินทางข้ามจังหวัดมีการค้างแรมก็สามารถเบิก หรือใช้สิทธิ์ที่สามารถใช้ได้ตามกฎหมาย ยอมรับว่า ช่วงแรกอาจขลุกขลัก หรืออึดอัด เนื่องจากยังไม่คุ้นเคย แต่เรื่องนี้ได้ดำเนินการมานานแล้ว และข้าราชการตำรวจก็ทราบดี ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว ผมเชื่อว่าในไม่ช้า ตำรวจทุกนายจะสามารถปรับตัวได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต เลขาธิการ กปปส. เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้าน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ไปพบนายสุเทพ เพื่อชี้แจงให้ทราบว่า เหตุผลที่มาที่ไปนั้นเป็นอย่างไร และชี้แจงให้ทราบว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายปีมาแล้ว จนกระทั่งสร้างอาคารเสร็จสิ้นแล้ว
จึงถือว่าเป็นที่รับรู้รับทราบของข้าราชการตำรวจโดยทั่วไป ซึ่งสถานที่แห่งนี้ถือว่าสวยงามเหมาะสม และมีการวางผังเมืองไว้เป็นอย่างดี เชื่อว่าในอนาคตหากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารบ้านพักเรียบร้อยแล้ว จะทำให้ข้าราชการตำรวจมีความสุขในการปฏิบัติงานอย่างแน่นอน ส่วนอาคารที่ทำการเดิมนั้น ตร.ก็จะหาแนวทางพัฒนา เพื่อใช้งานด้านอื่นต่อไป เช่น อาจให้สถานีตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี เข้าไปใช้ปฏิบัติงาน เป็นต้น





