วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไทย-เมียนมา'พอใจผลงานแม่น้ำโขงปลอดภัยระยะที่2

"ไทย-เมียนมา" พอใจผลงานแม่น้ำโขงปลอดภัยระยะที่2 ยึดทรัพย์รวมกว่า 400 ล้านบาท

ที่ศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส.และคณะให้การต้อนรับพลจัตวา จ่อ ซาน มิ้นท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และคณะเนื่องในโอกาสเดินทางมาเยือประเทศไทยเพื่อวัตถุประสงค์ร่วมหารือแนวทางการดำเนินงานและให้ข้อเสนอแนะกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน รวมทั้งรับทราบผลการปฎิบัติงานตามโครงการปฎิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยระยะที่2 ส่วนขยาย ที่เริ่มดำเนินการในห้วงตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.-11 ก.ค.58 ที่ผ่านมาโดยประเทศภาคี ไทย จีน เมียนมา สปป.ลาวมียุทธศาสตร์ร่วมกันจำนวน 5ด้าน คือ การสกั้ดกั้นสารเคมีและสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด ,การสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาด,การควบคุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติด,การควบคุมพื้นที่ที่มีปัญหายาเสพติดและการพัฒนาทางเลือกเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั้งยืน

พลเอกไพบูลย์ กล่าวว่า ผลการปฎิบัติการเมื่อเปรียบเทียบกับในปีที่ผ่านมาพบว่าในปีนี้มีผลปฎิบัติการที่สำเร็จลุล่วงหลายเรื่อง โดยเฉพาะการสกัดกั้นกลุ่มผู้ร้ายข้ามแดนและการขนส่งยาเสพติดข้ามแดนทั้งนี้การประชุมในระดับคณะรัฐมนตรีนั้นเป็นผลดีส่งผลให้เจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติการมีการปฎิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี และจากการที่ผู้นำทั้ง4ประเทศได้มีการปฎิบัติการร่วมกันทำให้แสดงให้เห็นถึงความร่วมที่เป็นไปอย่างแน่นแฟ้นส่งผลให้มีผลการปฎิบัติงานให้กับต่างประเทศได้เห็นอย่างไรก็ตามการปฎิบัติหน้าที่ต้องไม่ละทิ้งการพัฒนาอาชีพของราษฎรที่ต้องเน้นการแก้ไขปัญหาที่ราษฎรใช้ยาเสพติดเพื่อการทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ

สำหรับโครงการปฎิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยมีผลการดำเนินการเป็นไปอย่างดี ทำให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่มีผลกระทบไม่สามารถระบายยาเสพติดออกไปได้และเจ้าหน้าที่สามารถปราบปรามได้เป็นจำนวนมากรวมถึงการจับกุมยาบ้ากว่า26 ล้านเม็ดที่กรุงย่างกุ้ง ก็เป็นส่วนหนึ่งในการปฎิบัติการ ทำให้โครงการแม่น่้ำโขงปลอดภัยจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงคือการขนส่งโลจิสติกส์ทางตู้คอนเทนเนอร์ โดยได้มีการเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวพร้อมทั้งเสนอของบประมาณไปยังรัฐบาลไทย เพื่อซื้อเครื่องมือในการตรวจจับการขนส่งทางตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากหากมีการขนส่งยาเสพติดแล้วจะเป็นการขนส่งในปริมาณมาก  และจะแฝงมากับการขนส่งของพืชผลเกษตรทำให้สามารถตรวจสอบได้ยากจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือในการตรวจสอบ

ทางด้านพลจัตวา จ่อ ซาน มิ้นท์ กล่าวว่า ผลการจับกุมยาเสพติดของเมียนมาที่มีประสิทธิภาพสามารถจับกุมยาเสพติดได้มากขึ้นก็เป็นหนึ่งในความร่วมมือของโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัยรวมถึงนโยบายการป้องกันยาเสพติดที่มีมาโดยตลอดของเมียนมา เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่หลายในสังคมของเมียนมา อย่างไรการแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นที่จะต้องมีการร่วมมือกันกับประเทศไทย จีน สปป.ลาวและประเทศที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดสำหรับโครการปฎิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยในระยะต่อไปทางเมียนมาก็ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับในการปฎิบัติการในระยะต่อไป

ผู้สสื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผลการดำเนินการระยะที่2ส่วนขยาย  ตั้งแต่วันที่ 11พ.ค.-15ก.ค.58 การสกัดกั้นยาเสพติดของทั้ง4 ประเทศจับกุม 1,670 คดี ผู้ต้องหา 1,910 คนยึดของกลางยาบ้า 26.38 ล้านเม็ด, ยาไอซ์ 193 กิโลกรัม,เฮโรอีน 846.98 กิโลกรัม ฝิ่น 402.72 กิโลกรัม และยึดทรัพย์รวมกว่า 400 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นผลการจับกุมของประเทศไทย 42คดี ผู้ต้องหา 75 คน ยาบ้า 7.46 เม็ด ยาไอซ์ 58.46 กิโลกรัม เฮโรอีน 96 กิโลกรัม ฝิ่น 9.30 กิโลกรัม ทั้งนี้ในห้วงการปฎิบัติการในห้วงต้นเดือนสิงหาคม2558 ประเทศภาคีทั้ง 4 ประเทศจะร่วมพิจารณาผลการปฎิบัติการและเตรียมการปฎิบัติการระยะที่3 ต่อไป