วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.เดินหน้าสกายวอล์ค'ตากสิน-สุรศักดิ์'

กทม.เดินหน้า สกายวอล์ค "ตากสิน-สุรศักดิ์" มอบ "เคที" เร่งหาผู้รับเหมา-ใช้งบ 577 ล้าน

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสกายวอล์คที่สถานีตากสินว่า ขณะนี้ร่างการประกวดราคา(ทีโออาร์) เสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างหาตัวผู้รับจ้างเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางเดินยกระดับ หรือสกายวอล์คจากสถานีรถไฟฟ้าตากสิน ไปยังสถานีสถานีสุรศักดิ์ พร้อมจัดทำทางเลื่อนอัตโนมัติระยะทางไปกลับ ประมาณ 700 เมตร โดยใช้งบประมาณ 577 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโครงสร้างสถานีใหม่ งานรื้อย้ายสถานีตากสินงานสถาปัตยกรรม งานปรับปรุงสาธารณูปโภคการสร้างทางเดินเลื่อนไฟฟ้างานจัดการระบบจราจรทางบก ซึ่งสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) กทม. จะมอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) เข้ามาดำเนินการ จากนั้นจะให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอสซี เข้าดำเนินการในส่วนงานโครงสร้าง ซึ่งจะเป็นการรื้อสถานีตากสิน เพื่อปรับเปลี่ยนและขยายรางรถไฟฟ้าจากเดิมที่มีรางเดียวให้เป็นรางคู่ เพื่อลดผลกระทบจากประชาชนให้ไม่ต้องรอการสลับขบวนที่จะเสียเวลาในการเดินทางประมาณ 3-4 นาที

“ยืนยันว่าการเลือกรูปแบบการยกเลิกสถานีตากสินนั้นถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากในจุดดังกล่าวมีพื้นที่จำกัดและไม่สามารถคงสถานีดังกล่าวไว้ได้ และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับโครงสร้างสะพานสาทร อย่างไรก็ตามผู้ว่ากทม. ไม่ได้ต้องการอยากรื้อสถานี แต่ต้องการให้การเดินรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากปล่อยให้การเดินรถด้วยวิธีสลับขบวนเหมือนเดิม ในอนาคตเมื่อระบบขนส่งมวลชนเสร็จทั้งระบบจะทำให้อัตราการเดินทางของผู้โดยสารมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งประชาชนจะได้รับผลกระทบจากระบบขนส่งมวลชนอย่างแน่นอน” นายอมร กล่าว

วันเดียวกัน เวลา 09.15 น. ที่ห้องกรุงเทพบอลรูม โรงแรมรอยัลซิตี้ เขตบางพลัด นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) กทม. เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศึกษาความเหมาะสม จัดทำแบบเบื้องต้น และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคาโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (บางหว้า-ตลิ่งชัน) เพื่อเปิดตัวโครงการและนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นแก่สาธารณชน และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน โดยมีผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำทางศาสนา ผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ผู้นำชุมชนกว่า 100 คน ร่วมงาน

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า โครงการนี้กทม.ได้ศึกษาโครงการตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2557 และสิ้นสุดเดือน ก.ค. 2558 รวมระยะเวลาศึกษาจำนวน 8 เดือน เพื่อพัฒนาศักยภาพการเดินทางของประชาชนในเขตตลิ่งชัน ภาษีเจริญ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งกทม.ต้องจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมควบคู่กับการศึกษาโครงการ โดยส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (บางหว้า-ตลิ่งชัน) ได้คัดเลือกแนวเส้นทางที่มีศักยภาพไว้ 3 แนวเส้นทาง ได้แก่ แนวเส้นทางที่ 1 (ถ.ราชพฤกษ์) รวมระยะทางท7.5 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี แนวเส้นทางที่ 2 (ถ.ราชพฤกษ์-ถ.พรานนก-ถ.พุทธมณฑลสาย 1) รวมระยะเวลาทาง 11 กิโลเมตร จำนวน 8 สถานี และแนวเส้นทางที่ 3 (ถ.ราชพฤกษ์-สถานีสายสีแดงตลิ่งชัน) รวมระยะทาง 8 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี 

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากการพิจารณาแนวเส้นทางที่ครอบคลุมด้านวิศวกรรมและจราจร ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน และด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้แนวเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดที่แนวทางเลือกที่ 1 โดยมีจุดเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับโรงจอดปัจจุบันของรถไฟฟ้าสายสีเขียวบริเวณบางหว้า วิ่งไปทางทิศเหนือตามแนวถนนราชพฤกษ์ โดยใช้พื้นที่เกาะกลางถนน ผ่านทางแยกตัดถนนบางแวก (ซอยจรัญสนิทวงศ์ 13) และทางแยกตัดถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 จากนั้นยกระดับข้ามทางแยกตัดทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี และทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ซึ่งมีความกว้างเกาะกลางถนนประมาณ 3-3.5 เมตร และสิ้นสุดที่บริเวณทางลาดลงของสะพานข้ามรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน) หน้าซอยราชพฤกษ์ 24 รวมระยะทางประมาณ 7.5 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี

“โครงสร้างทางวิ่งช่วงทั่วไปเป็นโครงสร้างทางยกระดับรองรับรถไฟฟ้า 2 ทาง และเป็นโครงสร้างแบบต่อเนื่อง 3 ช่วงสะพาน ช่วงละ 35 เมตร ความยาวคานต่อเนื่องช่วงทั่วไปประมาณ 105 เมตร เพื่อให้โครงสร้างบางและสวยงาม รวมทั้งมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน และใส่ใจประชาชนและชุมชนคลอบคลุมทุกด้าน ทั้งเรื่องเสียง ฝุ่นละออง และความปลอดภัยบนท้องถนน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2561 และแล้วเสร็จในปี 2563”นายทวีศักดิ์ กล่าว