วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯประชุมก.น.จ. ชี้ทำยุทธศาสตร์ชาติไม่ล็อคการเมือง

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ ประชุม ก.น.จ. ชี้ ทำยุทธศาสตร์ชาติไม่ล็อคการเมือง ห่วงเรื่องสร้างการรับรู้ปชช. หวังสื่อช่วย

ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ครั้งที่ 3/2558

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ว่า ก.น.จ.ซึ่งมีการบูรณาการการทำงานระดับจังหวัดโดยใช้งบประมาณที่แยกออกจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นส่วนในการเติมช่องว่างในการทำงานของส่วนอื่น โดยเน้นทำแผนงานให้สมบูรณ์และตอบสนองความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด ตนเห็นว่าจะต้องมีการปรับบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจนขึ้น โดยนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 เข้าไปเชื่อมโยงด้วย เพราะรัฐบาลนี้ตั้งใจเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาทั้ง 5 กลุ่มของประเทศ คือ ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การต่างประเทศ ครอบคลุมไปถึงการสร้างความเข้มแข็งในประเทศ รวมถึงแก้ไขปัญหาเรื่องที่สังคมโลกวิตกกังวลอยู่ คือ มาตรการลดความเสี่ยงของสภาพอากาศที่ทำให้เกิดภัยพิบัติว่าเราจะป้องกันอย่างไร ถนนหนทางจะต้องไม่ขวางทางน้ำ และสิ่งที่ช่วยบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเรือนประชาชน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างอาชีพและรายได้ให้ประเทศโดยเราจะต้องนำทุกอย่างมาเชื่อมโยงกันให้ได้ เราต้องพูดคุยกันตั้งแต่วันนี้ 

“ก.น.จ.มีทุกจังหวัดแต่ภาคที่มีมากที่สุดคือภาคใต้ ส่วนจังหวัดอื่นๆ ก็มีก.น.จ.ประจำจังหวัดซึ่งจะทำหน้าที่เชื่อมโยงบูรณาแผนงาน คน และงบประมาณให้สอดคล้องและไม่เกิดความซับซ้อนในการทำงานกัน รวมถึงเชื่อมโยงกับงบประมาณประจำปีด้วย ส่วนเรื่องที่เรายังพัฒนาไม่ได้มากนักคือการทำความเข้าใจกับประชาชนที่ทำให้เกิดการติดขัดของการเบิกจ่ายงบประมาณ ผมจึงมีความคิดที่จะจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะไปล็อคการเมือง แต่เราต้องมีแผนของประเทศว่าจะเดินไปในแนวทางใด” นายกฯ กล่าว   

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราจะทุ่มงบไปในภาคการเกษตรอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำทั่วโลก และคาดว่าจะให้ขึ้นราคามากกว่านี้คงลำบากหากไม่มีการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ตนจึงสั่งการให้ทุกภาคส่วนดำเนินการตามแนวทางเกษตรแนวใหม่เพื่อให้ผลผลิตที่มีคุณภาพและภาคเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เพราะรายได้ของประเทศส่วนใหญ่มาจากการส่งออกกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แต่รายได้จากภาษีเราคาดหวังอะไรมากไม่ได้เพราะเศรษฐกิจมันตกต่ำ หลายกิจการก็มีผลประกอบการน้อยลง ดังนั้นเราจะต้องเพิ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเพิ่มคุณภาพภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับภาคอุตสาหกรรมจังหวัดด้วย  

“รัฐบาลแบกรับปัญหามาเยอะ และรู้ประเด็นแห่งปัญหาเราจึงแก้ไขตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา วันนี้เราอยู่ในขั้นตอนการปฏิรูปประเทศระยะที่ 1 คือเอาปัญหาทุกอย่างมาว่ากัน ทุกกระทรวงเอาแผนมาแก้ไขกัน เดินไปด้วยกัน ซึ่งภาคจังหวัดก็ได้สอบถามผมในที่ประชุมเรื่องความเป็นห่วงน้ำอุปโภค บริโภคว่าจะเพียงพอหรือไม่ ซึ่งผมก็ให้ไปดูแผนจัดการน้ำของเรา เขาก็ยังเป็นห่วงอยู่นั่น แสดงว่าเขายังไม่มีการรับรู้เข้าใจพอ ที่ผมพูดมาก เพราะผมต้องการให้ฟัง แต่ก็ยังไม่ฟังกัน ผมจึงคาดหวังกับสื่อ ต่อไปอาจมีการแจกเอกสารให้ด้วยเพราะผมพูดเร็ว สื่ออาจจะจดไม่ทัน ครบบ้างไม่ครบบ้าง จดแต่คำพูดแรงๆ ของผมไป ที่เป็นสาระสื่อก็ไม่ใส่ลงไป มันก็เกิดความขัดแย้งไง แต่ผมรู้ว่าสื่อไม่ได้ตั้งใจหรอก ผมรู้ ดังนั้นสื่อต้องช่วยกันสร้างความรับรู้และอะไรที่เป็นปัญหาสื่อก็ช่วยผมในข้อเท็จจริงด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว