ผบ.ตร.ย้ำ"จรัมพร"ไม่ยุ่งเกี่ยวสำนวนคดี"เสี่ยชูวงษ์" ระบุเป็นผู้ชี้แนะการทำงานนิติวิทยาศาสตร์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงคดีการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ว่า ในส่วนของคดีได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานไปแล้ว โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) จะดูแลในเรื่องสาเหตุของการเสียชีวิต ส่วนกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) จะตรวจสอบในเรื่องของการโอนหุ้น ซึ่งได้กำชับไปแล้ว รวมทั้งได้กำชับ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง (สพฐ.) ให้ทำงานอย่างรอบครอบ ครบถ้วนทุกประเด็น ทั้งในเรื่องเทคนิควิทยาศาสตร์ และการตรวจสอบรถยนต์ เพื่อให้สามารถตอบคำถามสังคมได้
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเกิดเหตุนั้น เป็นเพียงการปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อรูปคดี หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นอุบัติเหตุก็จะเป็นผลดีกับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ด้วย การที่ให้ พล.ต.อ.จรัมพร มาช่วยแนะนำการทำงานของทีมนิติวิทยาศาสตร์สำหรับคลี่คลายเรื่องนี้ เนื่องจากเชื่อในความเป็นมืออาชีพของ พล.ต.อ.จรัมพร และจะไม่มีการเบี่ยงเบนคดี ทุกอย่างเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่ ่พ.ต.ท.บรรยิน มีความกังวลและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจาก พล.ต.อ.จรัมพร มีความสนิทสนมกับพี่สาวของนายชูวงษ์ นั้น ขอยืนยันได้เลยว่า พล.ต.อ.จรัมพร เป็นเพียงเพื่อนที่ร่วมอบรมกันเท่านั้น ไม่ได้มีความสนิทสนมส่วนตัว ดังนั้น พ.ต.ท.บรรยิน จึงไม่ต้องกังวลในส่วนนี้ การทำงานของเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เอาพยานหลักฐาน เอาข้อเท็จจริงมาสรุปเท่านั้น
“ผมขอยืนยันเลยว่า พล.ต.อ.จรัมพร ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในสำนวน เป็นเพียงผู้ชี้แนะการทำงานด้านพิสูจน์หลักฐานตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ โดยผู้ปฏิบัติจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็ได้ ขออย่าเป็นกังวล เพราะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่สามารถเบี่ยงเบนหรือสร้างขึ้นมาได้” ผบ.ตร.กล่าวยืนยัน
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องจะเรียก พล.ท.ศุภกร สงวนชาติสรไกร รองเสนาธิการทหารบก เข้ามาให้ปากคำหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน เพราะมีสิทธิที่จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำ และเชื่อว่าทาง พล.ท. ศุภกร จะให้ข้อมูล เนื่องจากเป็นเพียงเพื่อนร่วมก๊วนกอล์ฟที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต





