วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ย้ำเรื่องปรับครม.ทุกอย่างอยู่ในใจ

"พล.อ.ประยุทธ์"ย้ำเรื่องปรับครม.ทุกอย่างอยู่ในใจ แจง"เป็นคนรับผิดชอบ การตัดสินใจจึงเป็นเรื่องของผมไม่จำเป็นต้องพูดกับใคร"

ทำเนียบรัฐบาล-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์โดยตอบคำถามผูุ้้สื่อข่าวว่าหลังที่มีข่าวว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวระหว่างการประชุมสมาคมธนาคารไทย เมื่อวันศุกร์ ที่. 17 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า นายกรัฐมนตรีไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจแต่ตอบคำถามนักข่าวทุกเรื่องได้มีการพูดคุยกันหรือยัง โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียว ว่า “ทำไม วันนี้ท่านก็มาประชุมแล้วทำไม อะไร ผมไม่คุยหรอก” เมื่อถามว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้มาเคลียร์ความเข้าใจแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า “ เคลียร์ทำไม ผมไม่ต้องเคลียร์ใจกับใคร ข่าวที่ออกมาก็ใครเขียนเล่า หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับนั่นแหละ นักข่าวอย่ามาอ๋อเหมือนพึ่งรู้ พวกคุณไม่เคยอ่านคนที่เขียนเศรษฐกิจหรืออย่างไร ไม่เคยอ่านคอลัมส์นิสต์เลย หรือมัวแต่เขียนถึงกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ให้มันปั่นป่วนไปหมดทุกเรื่อง ไม่ต้องมาพูด ด่าแล้วไม่ต้องมาถามผม”

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีไม่ติดใจอะไรใช่หรือไม่ พล.อง.ประยุทธ์​ กล่าวว่า “ผมจะไปติดใจใครล่ะ วันนี้ใจผมก็อยู่ในใจผม ไม่ต้องมาคิดแทน ใจผมก็เป็นใจผม ไม่ใช่ใจคุณ คุณไม่ต้องมาถามผม วันนี้ผมเป็นคนรับผิดชอบ ดังนั้นการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องของผมไม่จำเป็นต้องพูดกับใคร เพราะผมเป็นคนเอาใครเข้ามาทำงานผมเป็นคนเลือก ผมมีอำนาจเด็ดขาดทั้งหมด ไม่มีใครมีอำนาจเหนือผมสักคน เพราะฉะนั้นสื่อเขียนให้มันถูกด้วย กลุ่มนี้ กลุ่มโน้น กลุ่มนั้น ให้มันรู้บ้างว่าใครเป็นผู้บังคับบัญชา บทบาทผู้บังคับบัญชา บทบาทการทำงานมันคนละเรื่องกัน เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องก็เป็นอีกเรื่อง อะไรมันก็ลบล้างไม่ได้ มันคนละเรื่อง เรื่องงานก็คือเรื่องงาน แยกกันให้ออกเสียบ้าง”

ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่มาร่วมประชุม ครม.เมื่อวันที่ 21 ก.คงและไม่เข้าประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในวันเดียวกันนี้เป็นเพราะอะไร เกี่ยวกับกระแสข่าวการปรับ ครม.ในตำแหน่ง รมว.กลาโหมด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ท่านป่วย ไม่ค่อยสบาย แล้วทำไมเป็นห่วงหรืออย่างไร ไม่มีคนให้ซักไม่มีคนให้โมโห

เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวปรับ ครม.ในเก้าอี้ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า “กลาโหมไม่ใช่ใครก็เป็นได้ผมจะบอกให้ และไม่ใช่เรื่องของบารมีอย่างเดียว และก็ไม่ใช่เพราะความเป็นพี่ ไม่เกี่ยวหรอก ผมมีพี่หลายร้อยหลายพันคน ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความเหมาะสม ความสามารถ ไม่ใช่เพราะเป็นบูรพาพยัคฆ์ ผมไม่ได้เป็นอะไรสักอย่าง ถ้าอย่างนั้นผมคงเป็นทหารเสือมั้ง ก็ชอบเขียนผมให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่ มีกลุ่มทหารเสือ กลุ่มบูรพาพยัคฆ์ กลุ่มเก่า กลุ่มวงศ์เทวัญ คราวหลังคุณก็มาเป็นรัฐมนตรีกลาโหมก็แล้วกัน ตั้งอยู่นั้น อยากจะตั้งใครก็ตั้งไป เขามี พ.ร.บ.แต่งตั้งอยู่แล้ว ไม่ใช่จะแต่งตั้งใครก็ได้ คนที่เขาพอใจในสิ่งที่มี พวกสื่อก็ชอบไปเขียนน้องคนนี้คนนั้นจนรวนไปหมด แบ่งคนเป็นก๊กเป็นเหล่าไปหมด วันนี้ทุกคนต้องการความสงบสุขให้ประเทศชาติเดินหน้า หรือต้องการให้มีความขัดแย้งอยู่เช่นเดิมก็ต้องไปคิดกันเอง”

ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าการจัดทำโผโยกย้ายข้าราชการทั้งหมดต้องทำให้เร็วขึ้นหรือไม่เผื่อให้เป็นไปในคราวเดียวกันกับการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเพราะตนยังอยู่ ตามกำหนดเวลาเขามีอยู่แล้ว ส่วนข่าวที่ว่าตนจะปรับ ครม.ไปคราวเดียวกันกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนั้นไม่เกี่ยว ไม่จริง

“วันนี้ผมไม่คิดจะปรับใคร ผมคิดของผมในใจ ผมก็ต้องคิดล่วงหน้าคิดทั้งหมด ผมไม่ได้คิดสั้นๆแบบที่คิดกัน ผมคิดมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 จนถึงวันนี้ผมคิดทั้งหมด รวมทั้งคิดไปถึงข้างหน้าด้วย”  

เมื่อถามว่าถึงเวลานี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จำเป็น หรือไม่จำเป็นไม่รู้ เดี๋ยวเปลี่ยนก็รู้เอง วันนี้ไม่รู้ไม่ทราบ  

เมื่อถามว่าเหตุผลของการปรับ ครม.คืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า “แล้วเหตุผลของสื่อคืออะไร ที่เขียนมาทั้งหมดเหตุผลคืออะไร ถ้าบอกว่าปัญหาเศรษฐกิจถ้าเป็นสื่อแล้วจะแก้อย่างไรในทางปฏิบัติ ถ้าบอกว่า ครม.ควรต้องมีเอกภาพ ก็ต้องบอกว่าเอกภาพทั้งหมดอยู่ที่ผม ผมสั่งทั้งหมดอยู่แล้ว ทำไมจะไม่มีเอกภาพ ไม่ทำผมก็เล่นงานเอา ระบบการทำงานจริงต้องเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่ระบบของทหาร การทำงานมันต้องมีหัวมีหาง”

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวว่าที่ไม่กล้าปรับ ครม.เพราะเกรงใจ ครม.เพราะเป็นคนไปเชิญเข้ามาเลยไม่กล้าปรับออก พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า “ วันหลังถ้ามีโอกาสเข้าได้ เข้าไปนั่งในที่ประชุม ครม.ดูซิว่าผมเกรงใจเขาหรือเปล่า ผมฟังเขาทุกอันและสั่งทุกอัน ทำไมถ้าเกรงใจแล้วต้องทำอย่างไร บอกเขาหรือว่าท่านครับเรื่องนี้อย่าทำเลยนะครับผมขอร้องพี่หรือ ไม่ใช่ ผมสั่งคือ 1.สั่งให้ไปทำงานอะไรก็ไปทำ ทำได้ก็ทำแต่ถ้าทำไม่ได้ก็มาบอกผม ไม่ใช่ไม่ทำ 2.ยาก คิดอะไรเพิ่ม ก็ให้มาบอกผมแล้วผมจะสั่งให้”

เมื่อถามว่าการจะปรับหรือไม่ปรับ ครม. จะยึดหลักอะไร พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตน โดยยึดหลักประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน “ทำไมพวกสื่อถึงสนใจมากเรื่องจะปรับ หรือไม่ปรับ ครม.เอาง่ายๆมั๊ย ปรับนายกรัฐมนตรีคนเดียวแล้วจบ จะได้เลิกวุ่นวายกันเสียทีอยากให้ใครมาเป็นล่ะไปหามา ทำไมมันยุ่งกันเหลือเกินเรื่องปรับ มันอยู่ที่วิธีการทำงาน ถ้าวิธีการทำงานทั้งหมดแล้วเขาไม่ทำผมปรับ สั่งแล้วไม่ทันผมปรับ หรือทำงานแล้วไม่มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการก็ปรับ”  

เมื่อถามว่ายังมีกระทรวงไหนที่ยังทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ไปประเมินมาก็แล้วกัน สำหรับการตรวจการบ้านในการทำงานนั้นก็ตรวจกันทุกสัปดาห์อยู่แล้ว โดยตนสั่งให้รัฐมนตรีทุกคนทำแผนการปฏิบัติงานมาตลอด 3-6-9 เดือน ทำมาโดยตลอดว่าจะทำอะไรในวันนี้วันหน้าแล้วเสร็จเมื่อไหร่ทำกันมาทุกเดือน ตนก็มาดูว่างานไหนไม่เสร็จบ้างก็ต้องเร่งไป งบประมาณเบิกจ่ายไม่ทันก็ไปเร่งมา ไม่ใช่นอนแล้วก็ฝันเอา ทุกกระทรวงรายงานมาทุกสัปดาห์ถึงความก้าวหน้าต่างๆ เพราะผมต้องการให้เขาวางแผนงานล่วงหน้าอะไรที่ต้องการให้เกิดในปี 59 อย่างน้อยก็ต้องเริ่มต้นไว้แต่จะให้ไปล็อครัฐบาลในอนาคตมากก็ไม่ได้ เป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ต้องเร่ิ่มต้นไว้ส่วนจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับทุกคน

 พอผมใช้อำนาจก็หาว่าผมใช้อำนาจมากเกินไปไม่ฟังคนนั้นคนนี้ พอผมไม่ใช้อำนาจก็หาว่าชักช้าเสียเวลา จะเอาไงว่ะ จะให้ทำอย่างไร อยากให้มีหรือไม่ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ ก็ต้องไปช่วยกันสร้างการรับรู้ว่าเขาทำกันอย่างไร ไม่ใช่เขียนส่งเดชไปเรื่อยๆ หาว่ามีผลประโยชน์ตรงนั้นตรงนี้ ทั้งหมดเขาดูรายละเอียดอย่างรอบคอบทั้งหมด ทำโปร่งใสที่สุดแล้ว แต่ปัญหาคือคนไทยเห็นไม่ตรงกันแล้วชอบมาพูดข้างนอกขยายความไปเรื่อยโดยไม่มีข้อเท็จจริง อะไรก็ได้ที่เป็นความขัดแย้งก็ขยายให้หมด วันนี้ทุกคนใน ครม.พยายามสร้างการรับรู้ แต่สื่อไม่ค่อยฟัง เวลาที่คนอื่นพูด สื่อก็ไม่ค่อยสนใจ ชอบให้ผมพูดแรงๆดุๆ แล้วนำไปพาดหัวว่าบิ๊กตู่พูดอย่างนี้อย่างนั้น ขายหนังสือได้เยอะ ลองไปพาดหัวคนอื่นซิขายหนังสือไม่ออก สื่อต้องลดตรงนี้ลงอย่าให้ความสำคัญกับผมมากนัก ผมพูดในหลักการ เมื่อสื่อไม่ฟังคนอื่นผมก็ต้องพูดแทนทุกเรื่องที่สั่งการลงไปรวมทั้งที่ได้ติดตามงานมา ถ้าไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นก็คงไม่รู้เรื่อง หรือจะเอาแบบพูดน้อยๆไม่ต้องตอบ นายกฯต้องนิ่งๆ นายกฯวันนี้เวลานี้ไม่ใช่นายกฯแบบนั้น สถานการณ์คนละเรื่อง ทุกคนก็ผ่านกาลเวลาและสภาพแวดล้อมที่มีอยู่ ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศมา มีคุณสมบัติทั้งสิ้นไม่เช่นนั้นก็เป็นไม่ได้หรอก และวิจารณ์ผมมากก็ไม่ได้ผมก็ไม่ชอบเพราะท่านไม่ได้เลือกผมมา ทั้งนี้เราต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจไปเรื่อยๆจนตายจากกันถึงจะเข้าใจ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว