วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมการค้าฯยันภัยแล้ง ไม่กระทบ'สินค้าแพง-ขาดตลาด'

(รายงาน) กรมการค้าภายใน ยันภัยแล้ง ไม่กระทบ "สินค้าแพง-ขาดตลาด"

จากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นขณะนี้ ส่งผลกระทบในหลายภาคส่วน และทำให้เกิดการตื่นตระหนกในการซื้อหาสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น น้ำดื่ม อีกทั้งยังมีการส่งต่อภาพสินค้าหมดไปจากชั้นวางสินค้า ผ่านโซเซียลมีเดีย ยิ่งทำให้ประชาชนมีความกังวลมากขึ้น ว่าต่อจากนี้จะหาน้ำดื่มได้ยากขึ้นหรือไม่ จะมีคนฉวยโอกาสนี้ขึ้นราคาสินค้าหรือไม่

  นายบุญฤทธิ์ กัลยาาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในรายการ ชั่วโมงที่ 26 ทางสถานนีโทรทัศน์ดิจิตัล Now 26 ถึงมาตการการดูแลเกี่ยวกับสินค้า รวมทั้งการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้อธิบายถึงภาพที่มีการส่งต่อกันในโลกโซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในสภาพปกติ ไม่ได้มีสินค้าขาดตลาดอย่างที่เข้าใจกัน ทันทีที่มีกระแสข่าวดังกล่าวนั้น ตนได้ลงพื้นที่ทันที ซึ่งยังมีสินค้าตามปกติ ที่ของหายไปจากชั้นวางจำนวนมากนั้น เป็นแค่ความกังวลของประชาชนที่มาซื้อสินค้าออกไปจำนวนมาก จึงได้พูดคุยกับทางผู้ประกอบการให้มีการจัดสินค้าเตรียมพร้อมในการจัดวาง ปรับแผนให้มีการส่งของให้มากขึ้น ไม่ให้สินค้าพร่องลง จนมีความน่าวิตกต่อประชาชน

ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มต้นภัยแล้งนั้น ทาง พล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้ทางกรมการค้าภายใน มีมาตรการติดตามสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับภัยแล้งอยู่ตลอดแล้ว

สำหรับความกังวลในเรื่องการขึ้นราคาและการหยุดผลิตสินค้านั้น นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า ได้มีการติดตามทันทีในเรื่องนี้ เพราะกรมฯ มีหน้าที่ในการควบคุมราคาสินค้า ทั้งนี้ ยังไม่มีการขึ้นราคาเกินปกติ รวมทั้งได้ไปตรวจสอบร่วมกับผู้ผลิตรายใหญ่ในส่วนการผลิตน้ำดื่ม ซึ่งก็ยังมีการผลิตสินค้าตามปกติ ไม่ได้มีผลกระทบใดๆ จากปัญหาภัยแล้งที่มีอยู่ เพราะผู้ผลิตจะมีแหล่งน้ำของเขาเองในการผลิตน้ำดื่ม ไม่ได้มีการใช้น้ำประปาในการผลิต แต่จะใช้น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดิน

  “สถานการณ์ที่มีการกังวลกันนั้น เป็นความรู้สึกของประชาชนกับสิ่งที่มีการส่งต่อกันในโลกออนไลน์”

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในส่วนราคาสินค้า กรมการค้าภายใน ได้รติดตามราคาสินค้าในท้องตลาดตั้งแต่ระดับห้างขนาดใหญ่ จนถึงร้านสะดวกซื้อ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชน

ส่วนที่มีความกังวลในการที่จะมีคนฉวยโอกาสในการกักตุนสินค้า แล้วนำมาจำหน่ายในราคาแพง ทางกรมการค้าภายในก็ได้เน้นย้ำว่าจะให้มีการฉวยโอกาสไม่ได้ ถ้ามีที่ไหนที่ขึ้นราคาสินค้า จะต้องมีความผิดตามกฏหมาย รวมทั้งปัญหาผลกระทบจากภัยแล้งในเรื่องพืชผัก แม้เกษตรกรผู้ค้าผัก จะได้รับผลกระทบ ก็ไม่ได้มีผลกระทบทั้งหมด เพราะยังมีบางพื้นที่ที่อยู่ในส่วนที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง และพืชสำคัญบางตัว เช่น กระหล่ำ ก็ปลูกในพื้นที่สูงที่ใช้น้ำน้อย และยังมีผลผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง

  “ตอนนี้ทางกรมการค้าฯได้ทำงานกันอย่างต่อเนื่องในการที่จะไม่ให้ตลาดมีปัญหา โดยใช้ตลาดกลางเป็นตัวเชื่อมโยงสินค้า พื้นที่ใดที่ขาดแคลนสินค้าประเภทผักนี้ ก็จะมีการขนย้ายสินค้ามายังพื้นที่นั้นๆ โดยใช้รถขนส่งวิ่งกันทั่วประเทศ พื้นที่อย่างโซนแม่น้ำโขงยังมีสินค้าปกติ เพราะไม่ค่อยได้รับผลกระทบน้ำแล้ง”

สำหรับกลไกราคาสินค้านั้น นายบุณยฤทธิ์ ชี้แจงว่า ประเทศไทยมีการกำหนดให้เป็นประเทศที่มีการค้าเสรี การแทรกแซงจากภาครัฐจะมีอยู่น้อย ฉะนั้น การที่จะมีการเข้าไปแทรกแซง จะใช้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็น เพราะหากมีการแทรกแซง อาจจะทำให้กลไกตลาดวุ่นวาย

อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในได้ออกคำแนะนำ ได้ออกประกาศราคาสินค้าแนะนำ เช่น สินค้าประเภทน้ำมันพืช โดยออกประกาศกำหนดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ประกาศนี้สามารถประกาศได้ตามพื้นที่ต่างๆ และต้องดูว่าหากมีการขึ้นราคาต้องดูเหตุผลในการขึ้นด้วย ซึ่งต้องมีเหตุผลที่เหมาะสม เพราะกรมการค้าฯ ได้คำนวณต้นทุนแล้ว หากขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลก็จะผิดกฏหมาย นอกจากนี้ สินค้าบางประเภทที่จะขึ้นราคา ต้องมีการมาขออนุญาตก่อน

นายบุณยฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า ที่มีการกังวลในราคาสินค้าตามตลาดต่างๆ ทางกรมการค้าฯ ได้ส่งสายสืบไปตรวจสอบเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ ไม่ให้มีการขึ้นราคาสินค้าที่เกินควร รวมทั้งที่มีสื่อบางแห่งออกข่าวว่า สินค้าแพงในรอบ 24 เดือน อยากจะเรียนว่า การจะเทียบราคาสินค้านั้น จะต้องใช้ช่วงเวลาเดียวกันในการสำรวจ ไม่ใช่ไปใช้ระยะเวลาที่ต่างกัน

  “ในช่วงนี้สินค้าบางชนิด เช่น เนื้อหมู ก็มีราคาถูกลงหากเทียบในระยะเวลาเดียวกัน รวมทั้งราคาไข่ไก่ ก็ถูกลงอย่างมาก นอกจากนี้ขอประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่า หากมีการพบว่ามีสถานที่ใดขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่สมเหตุสมผล ขอให้โทรศัพท์แจ้ง ที่เบอร์โทรศัพท์ 1569 สายด่วนกรมการค้าภายใน”