"สมชัย" กกต. เผยไม่เห็นด้วย กมธ.ร่างรธน. ตัดอำนาจ กกต. ให้ใบแดง จะต้องส่งให้ศาลอุทธรณ์-ศาลฎีกาพิจารณา ลั่นไม่แก้ไขโกงเลือกตั้ง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 10.30 น. รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงประเด็น “ความเห็นกรณีใบแดงต้องไปศาล” ว่า การที่กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญตัดอำนาจให้ใบแดงของ กกต. ก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนั้น ตนไม่เห็นด้วยกับการออกแบบในร่างรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะจะทำให้ไม่สามารถจัดการคนทุจริตได้ก่อนการเลือกตั้งและก่อนการประกาศได้ผลเลย รวมทั้งเมื่อประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้วกว่าศาลจะใช้ระยะเวลา1-2 ปีในการจัดการคนทุจริต เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญออกแบบเป็นระบบ 2 ศาลหรือศาลคู่ คือศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา
นายสมชัย กล่าวอีกว่า กระบวนการคิดแบบนี้ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งที่ฝั่งรากในสังคมไทยมาเป็นเวลายาวนานและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องการการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรมได้ รวมทั้งจัดการกับคนทุจริตในการเลือกตั้ง ปัญหาการซื้อเสียง ข่มขู่คุกคาม ใช้อิทธิพลต่างๆ ตลอดจนใช้เงินจูงใจ หรืออำนาจราชการทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ตนก็ยังเชื่อว่ากรณีใบเหลืองใบแดงต้องไปศาล จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้
“ถ้าจะร่างฯก็ต้องร่างให้ดี ทำออกมาแบบนี้ไม่ได้เรื่องไม่สามารถแก้ปัญหาทุจริตได้ ทำเสร็จแล้วทุกอย่างเหมือนเดิม เป็นการร่างฯเข้าทางนักการเมือง จะตกเป็นเครื่องมือนักการเมืองโดยไม่รู้ตัว และท้ายที่สุดถ้ารัฐธรรมนูญออกมาเป็นแบบนี้ก็จะเหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 ที่ผมได้บอกว่าเลือกตั้งแล้วจะมีปัญหารัฐบาลต้องรับผิดชอบ ซึ่งผมเคยพูดผิดซะที่ไหนเล่า วันนี้ผมก็ขอใช้คำพูดนี้ว่าถ้าหากเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญแบบนี้แล้วมีปัญหากมธ.ร่างฯต้องรับผิดชอบและขอให้จำชื่อกมธ.ยกร่างฯเอาไว้” นายสมชัยกล่าว
นายสมชัย ได้นำเสนอสถิติผลการตัดสินของศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ต่อคำร้องของ กกต. ตั้งแต่ปี 2552 - 2557 โดบระบุว่า กระบวนการให้ใบเหลืองใบแดงที่ไปจบที่ศาลในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้ง สว. สว. และผู้แทนท้องถิ่นในปี 2552 มีคดีที่ถึงศาล 232 คดี โดยพบว่าศาลไม่เห็นตามกกต.เสนอโดยยกฟ้องถึงร้อยละ 43.5 เชื่อว่าไม่ใช่เป็นเพราะนักการเมืองที่ถูกร้องสุจริต แต่เพราะนักการเมืองเข้าไปมีตำแหน่งก็จะใช้อิทธิพลข่มขู่คุกคามพยาน กดดันให้ออกจากพื้นที่ ไม่สามารถเรียกพยานมาให้การต่อศาลได้ ที่สำคัญกระบวนการพิจารณาของศาลเป็นการไต่สวนแบบเผชิญหน้าทำให้ประชาชนเกรงกลัวได้ การร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่จินตนาการให้ดูข้อเท็จจริง หากกมธ.ยกร่างฯไม่มาเป็นชาวบ้าน จะไม่รู้ว่าการมาเป็นพยานหรือมาร้องกกต.ซึ่งเป็นการเผชิญหน้ากับนักการเมืองเสี่ยงอันตรายมากแค่ไหน
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่กกต.เสนอ คือ การเร่งรัดให้ออกใบแดงก่อนประกาศผลได้ โดยใครก็ได้จะเป็นกกต.ส่งให้กฤษฎีกาช่วยพิจารณา หรือให้ศาลพิจารณาก็ได้ แต่ถ้ารอให้ศาลตัดสินให้ใบแดง ก็จะเข้าสู่วงรอบที่ตนเสนอคือ 1-2 ปีจึงจะเอานักการเมืองออกจากตำแหน่งได้ นอกจากนี้การให้ใบแดงก่อนเลือกตั้งหรือก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจะเป็นเรื่องในตำนานของประเทศไทย ส่วนที่เสนอให้ใบเหลือง 2 ใบเท่ากับ 1 ใบส้ม ทราบว่า กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญให้ไปคุยในกฎหมายลูก เพื่อเอานักการเมืองออกจากสนามเลือกตั้ง แม้จะกำหนดไว้ในกฎหมายลูกได้ แต่ก็เห็นว่าเสี่ยงต่อการถูกโต้แย้ง ควรมีกำหนดให้ชัดเจนไว้ในรัฐธรรมนูญ





