มท.สำรวจพบเกษตรกร1.6ล้านรายแบกหนี้ 3.8แสนล้านบ. เร่งประสานอชก.-ธกส.-กษ.-ยธ.ช่วย
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.)ได้รายงานผลการดำเนินการเรื่องร้องทุกข์และเสนอความคิดเห็นของประชาชนผ่าน4 ช่องทาง คือ สายด่วน 1111 เว็บไซต์1111 จดหมายและศูนย์บริการประชาชน ในช่วงไตรมาสที่2 ให้กับที่ประชุมครม.รับทราบเมื่อวันอังคารที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าช่วงไตรมาสที่2 มีประชาชนร้องทุกข์และแสดงความคิดเห็นเข้ามาจำนวน 36,347 เรื่อง ซึ่งสามารถดำเนินการจนได้ข้อยุติเพียง 16.27% และยังอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณามากถึง 83.73% ดังนั้นครม.จึงมีมติให้สปน.ควรจะต้องกำหนดมาตรการที่ชัดเจนในการเร่งรัดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองสวนท้องถิ่นดำเนินการเรื่องร้องทุกข์ในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบให้ได้ข้อยุติโดยเร็วแล้วให้สปน.เสนอมาตรการกลับมาให้ครม.รับทราบด้วย
ซึ่งจากสถิติของสปน.พบว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียนและเสนอความคิดเห็นมากที่สุด คือ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ในเรื่องเกี่ยวกับเหตุเดือดร้อนรำคาญ หนี้สินนอกระบบ บ่อนการพนันและยาเสพติด 2.กระทรวงมหาดไทย ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับลดวาระการดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ข้อพิพาทเรื่องที่ดิน การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดิน 3.กระทรวงคมนาคม เรื่องเกี่ยวกับการบริการรถสาธารณะ การขนส่งและถนน 4.กระทรวงการคลัง เป็นการขอความช่วยเหลือให้นำหนี้สินเข้าสู่ระบบธนาคาร และจัดหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ และเรื่องเกี่ยวกับภาษีอากร เช่นการปรับลดอัตราเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และ5.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ ผลกระทบากนโยบายของรัฐ การขอที่ดิน/สิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
ส่วนรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวพันมากที่สุด คือ 1.ธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นการขอให้นำหนี้สินนอกระบบเข้าสู่ระบบธนาคาร การขอขยายเวลาชำระหนี้ ฯ 2.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดสรรโควตาสำหรับคนพิการ/สูงอายุ และเสนอให้จำหน่ายสลากกินรวบได้อย่างถูกกฎหมาย 3.ธนาคารธกส. เรื่องให้นำหนี้สินนอกระบบเข้าสู่ระบบ จัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ฯ 4.องค์การขนส่งกรุงเทพ เรื่องการขนส่งและการบริการ และ5.ธนาคารกรุงไทย เรื่องหนี้สินนอกระบบและหนี้ในระบบและการขออนุมัติสินเชื่อ
ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ถูกร้องเรียนและเสนอความคิดเห็นมาที่สุดคือ 1.กรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับเหตุเดือดร้อนรำคาญ หาบเร่แผงลอยและถนน 2.สมุทรปราการ เรื่องเหตุเดือดร้อนรำคาญ ยาเสพติด บ่อนการพนัน 3.นครราชสีมา เรื่องถนน เหตุเดือดร้อนรำคาญ และน้ำประปา 4.นนทบุรี เรื่องเหตุเดือดร้อนรำคาญ ยาเสพติดและบ่อนการพนัน 5.ปทุมธานี เรื่องเหตุเดือดร้อนรำคาญ ยาเสพติดและบ่อนการพนัน
นอกจากนี้ในที่ประชุมครม.วันเดียวกันกระทรวงมหาดไทย(มท.) โดยศูนย์ประสานการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ได้รายงานความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2558 ให้ไปดำเนินการ โดยมท.รายงานตัวเลขเกษตรกรที่เป็นหนี้ทั้งหมด 1,637,562 ราย มีมูลหนี้จำนวน 3.88 แสนล้านบาทเศษ เฉลี่ยหนี้รายละ 2.3 แสนบาทเศษ โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็น หนี้นอกระบบจำนวน 149,437 ราย มูลนี้จำนวน 2.1หมื่นล้านบาทเศษ เฉลี่ยเป็นหนี้รายละ 1.4แสนบาท แต่อยู่ในชั้นบังคับคดี ถูกฟ้องร้องหนี้ค้างชำระจำนวน 92,945ราย ส่วนหนี้ในระบบจำนวน 1,488,125 ราย มูลหนี้จำนวน 3.66 แสนล้านบาทเศษ เฉลี่ยเป็นหนี้รายละ 2.4แสนบาท
มท.รายงานอีกว่า มท.ได้มีการสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะอนุกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน(อชก.)ส่วนอำเภอและจังหวัด ไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ในแต่ละพื้นที่และคัดกรองหนี้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงยุติธรรมดำเนินการช่วยเหลือตามช่องทางต่อไป




