"กรมชลระทาน"ผวา 4 เขื่อนน้ำแห้ง 3 ส.ค.หมด ชงครม.วางมาตรการชะลอยืดอายุขีดเส้นเขื่อนลดปล่อยน้ำป้องกระทบแล้งล่ามยาว
นายทองเปลว กองจันทร์ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทุกวิทยากรมชลประทาน ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ กรณี “ น้ำหมด 4 เขื่อน 3 สิงหา ความจริงที่ถูกปิด” ถ้ายังปล่อยน้ำในระดับปัจจุบันน้ำในเขื่อนภูมิพล กับสิริกิตต์จะหมดสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมนั้นว่าใช่..ประมาณ 3 สิงหาคม โดยเขื่อนภูมิพลปล่อยน้ำในระดับเฉลี่ยวันละ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิตต์ปล่อยน้ำ ในระดับ 17 ล้านลูกบากศ์เมตรต่อวันและเขื่อนแควน้อยปล่อยน้ำ เฉลี่ยวันละ 1.7 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์1.3 ล้านลูกบาศก์เมตรไปรวมชลสิทธิ์2เขื่อนรวมกันเป็น3 ล้านลูกบาศก์เมตรเมื่อรวมทั้งหมด4 เขื่อน เป็น 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
โดยที่เขื่อนเหล่านี้็จะหมดไล่ๆกันภายในวันที่ 3 สิงหาคมส่วนแนวทางการรับมือถ้าน้ำในเขื่อนจะหมดในวันที่3 สิงหาคมวานนี้(13 ก.ค.)ได้ประเมินดูแล้วปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างแทบจะไม่มี ยกเว้น 2-3 วันที่มีไหลเข้าเขื่อนสิริกิตต์บ้างประมาณ 20 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งแนวโน้มในอนาคตฝนจะมาต้นเดือนส.ค. ความเปลี่ยนแปลง จึงมีความแปรปรวนค่อนข้างจะสูงจากที่ได้ติดตามมา ถึงแม้จะว่ามีการคาดหมายฝนตก แต่จะตกบริเวณชายขอบของประเทศ ไม่ได้ตกในภาคกลาง ภาคตะวันออกถาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งไม่ส่งผลต่อปริมาณน้ำต้นทุน ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาน้ำใน 4 เขื่อน ดังนั้นเราจะต้องคำนึงถึงหน้าแล้งในปี 2559เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย.58 - 30 เม.ย.59 เหตุที่ต้องคำนึงถึง ไม่ใช่ว่าสิ้นสุดฤดูฝนนี้แล้วจบกัน เพราะฉะนั้นการบริหารน้ำปัจจุบันเราจะทำอย่างไรที่จะมีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากที่สุด
ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทุกวิทยากรมชลประทาน กล่าวต่อว่า ในช่วงฤดูฝนนี้อย่างน้อยน้ำกินน้ำใช้ ต้องมีแน่นอน ในส่วนของฤดูแล้งถัดไปจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นจึงหามาตรการหลายๆแนวทาง เช่นการปรับลด ก็เป็นมาตรการวิธีการที่จะต้องนำเสนอให้ผู้บริหารเพื่อตัดสินใจว่าถ้าทำลักษณะนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้น ภาครัฐจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร และจะมีมาตรการเข้าไปควบคุมอย่างไร ซึ่งปัจจุบันปัญหาที่เกิดคือคนที่อยู่ต้นน้ำได้ดึงน้ำออกจากระบบออกไปจนหมด ทำให้คนปลายน้ำไม่มีน้ำใช้ เหมือนที่ประปาธัญญบุรี เป็นต้น และหลายๆกระทรวงต้องเข้ามาช่วยกันว่า ถ้ามาตรการที่เราเสนอไป คนที่ได้รับผลกระทบต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างไร โดยกระทรวงต่างๆต้องมาช่วยกัน อาทิีกระทรวงมหาดไทย , กระทรวงทรัพยยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องเสนอแนวทางเหล่านี้เข้าไปสู่ที่ประชุมคระรัฐมนตรีซึ่งวันนี้ก็ต้องรอฟังมติครม.จะมีมติออกมาเช่นไร
"วันนี้จะเสนอที่ประชุมครม. ลดประมาณการปล่อยน้ำถ้าจะลดต้องลดตั้งแต่สัปดาห์นี้ทยอยลดเป็นลำดับ ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.เป็นต้นไป ส่วนประมาณเท่าไหร่เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ให้ครม.ตัดสินใจ ซึ่งการลดปริมาณปล่อยน้ำเป็นแนวทางที่ค่อนข้างชัดเจน ส่วนเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติต์ 2 เขื่อนหลักจะทยอยลดวันละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนภูมิพลจากที่ปล่อยน้ำอยู่ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร สุดท้ายจะอยู่ที่วันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เขื่อนสิริกิติต์ ปล่อยอยู่ที่วันละ 17 ล้านลูกบาศก์เมตร จะทยอยลดต่ำสุดจะอยู่ที่ 11 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันส่วนเขื่อนแควน้อยและป่าสักชลสิทธิ์คงสภาพเหมือนทุกวันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นทุกเขื่อนจะเหลือการปล่อยนำ้วันละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตรอย่างไรก็ตาม17 สิงหาคม ถ้าฝนยังไม่มาอีก ถือว่า เป็นกรณีเลวร้ายที่สุดของประเทศไทย แต่เรามีแผนรองรับแล้วแต่ตอนนี้ยังพูดไม่ได้"นายทองเปลว กล่าว





