"ณรงค์" รมว.ศึกษาฯ สั่งการเร่งรัดตรวจสอบหนังสือหาย ส่วนยอดเล็งสำรวจใหม่อีกครั้ง ลั่นหากพบมีหนังสือหายจริง ต้องมีผู้รับผิดชอบในทุกกระบวนการ
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีการตรวจสอบหนังสือเรียนขององค์การค้า(อค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลคากรทางการ (สกสค.) ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการบริหารอค. ล่าสุดมีนายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวย อค. รายงานข้อมูลเบื้องต้นว่ามีหนังสือที่ยังหาไม่พบจำนวน 5.3 แสนเล่ม โดยคณะกรรมการบริหารอค. มอบให้นายสุเทพ ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้นายสุเทพได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ตนรับทราบแล้ว โดยผลการสืบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่า มีจำนวนหนังสือขาดไป หรือหายไปจริงตามที่รายงานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารอค.ครั้งที่ผ่านมา แต่ยังมีผู้ที่เกี่ยวข้อง และรับผิดชอบในกระบวนการผลิตและจัดพิมพ์ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ทั้งส่วนจัดพิมพ์ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายบัญชี ฝ่ายคลัง เป็นต้น และบางส่วนให้ข้อมูลว่า เป็นความคลาดเคลื่อนในการจัดส่งหนังสือเข้าคลัง ดังนั้น นายสุเทพ จึงขอเวลาในการตรวจสอบเพิ่มอีก 2 สัปดาห์ แต่ตนก็เร่งรัดไปแล้วให้รีบดำเนินการตรวจสอบให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพราะคงไม่รอนานถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการบริหารอค. วันที่ 15 กรกฎาคมนี้
“จากการรายงงาน ยังไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจน เพราะบางส่วนยังมีการให้ข้อมูลที่แตกต่างกัน เรื่องนี้มีผู้รับผิดชอบหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ยอดหนังสือที่แท้จริงจะหายไปเท่าไรจึงต้องสำรวจใหม่อีกครั้งให้แน่นอน ซึ่งผมได้เร่งรัดนายสุเทพไปแล้ว คงไม่ให้เวลาถึง 2 สัปดาห์ เพราะให้เวลาไปก่อนหน้านี้แล้วพอสมควร และหากผลการตรวจสอบพบว่า มีหนังสือหายจริง ต้องมีผู้รับผิดชอบในทุกกระบวนการ”พล.ร.อ.ณรงค์กล่าว
พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับนายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ต้องมีส่วนรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยหรือไม่นั้น คงต้องไปดูแต่ความรับผิดชอบต้องไล่ตามลำดับชั้น ส่วนจะมีการพิจารณายกเลิกสัญญาจ้างนายสมมาตร์ด้วยหรือไม่คงต้องรอข้อสรุปที่ทางองค์การค้าฯ เสนอมาก่อน เรื่องการยกเลิกสัญญาจ้าง ขึ้นอยู่กับผลงานของนายสมมาตร์ รวมถึงดูความบกพร่องในการปฎิบัติหน้าที่ว่ามีมากน้อยแค่ไหน และขณะนี้การประเมินผลงานของนายสมมาตร์ก็ยังไม่สรุป ดังนั้น คงต้องพิจารณาหลายส่วนประกอบกันโดยทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการดำเนินงานในส่วนของสกสค. ทั้งกรณีที่สกสค.นำเงินไปซื้อหุ้นกับบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด และกรณีที่ตรวจพบว่าบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด นำหลักทรัพย์ปลอมมาค้ำประกันการขายตั๋วสัญญากับสกสค. ขณะนี้นายพินิจศักดิ์ ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าเข้ามาให้รับทราบ ซึ่งหลายเรื่องคงต้องใช้เวลาในการดำเนินการ





