วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ผู้พิพากษา' กว่า2000ราย ค้านร่างรธน. เเทรกเเซงอำนาจตุลาการ

ผู้พิพากษาศาลยุติธรรม รวมพลังกว่า 2,000 ราย ร่อนจดหมายฉบับ 2 ค้านร่าง รธน. เเทรกเเซงอำนาจตุลาการ

นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ตัวแทนผู้พิพากษาศาลยุติธรรม 1,380 คน ที่เคยร่วมลงชื่อจดหมายเปิดผนึกคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญที่กระทบความเป็นอิสระของตุลาการ กล่าวถึงกรณีที่เคยแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยประเด็นที่ คณะกรรมมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดสัดส่วนของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. ให้มาจากบุคคลภายนอกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการที่เป็นผู้พิพากษา และประเด็นกำหนด ให้ผู้พิพากษาที่ถูก ก.ต. ลงโทษทางวินัย มีสิทธิอุทธรณ์มติ ก.ต.ต่อศาลฎีกาได้ว่า ขณะนี้ทราบว่า กมธ.ร่าง รธน.ได้ยกเลิกร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ก.ต. จากบุคคลภายนอกในสัดส่วน 1 ใน 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


แต่วันพรุ่งนี้ กมธ.ร่าง รธน. จะพิจารณาร่างรัฐธรรมในหมวดของศาล ซึ่งทราบว่า ยังมีแนวคิดที่จะให้ผู้พิพากษาที่ถูกลงโทษทางวินัย มีสิทธิอุทรณ์มติของ ก.ต.ได้ โดยมีการซ่อนปมที่ยังไม่มีข้อสรุปว่า จะให้อุทธรณ์คำสั่งไปยังหน่วยงานใด ซึ่งตนได้ยินมาว่า อาจจะให้มีการอุทรณ์มติของ ก.ต.ไปยังศาลปกครอง หากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับเป็นการทำลายโครงสร้าง ทำให้ระบบของศาลยุติธรรมล้มเหลว ไม่สามารถปกครองและคุ้มครอง รวมทั้งลงโทษผู้พิพากษาซึ่งกระทำผิดวินัยได้ และจะทำให้อำนาจการพิจารณาของศาลปกครอง มีอำนาจเหนือกว่า ก.ต. ซึ่งเป็นองค์กรบริหารงานบุคคลสูงสุดของศาลยุติธรรม

“ในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.) ผมและนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา จะนำจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 พร้อม รายชื่อผู้พิพากษา 2,079 คน ประกอบด้วยผู้พิพากษาที่รับราชการในศาลฎีกา 209 คน , ระดับศาลอุทธรณ์ 512 คน เเละศาลชั้นต้น 1,358 คน ที่ร่วมคัดค้าน ซึ่งผู้พิพากษาที่ลงชื่อนี้ มีจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้พิพากษาศาลยุติธรรมทั่วประเทศที่มีกว่า 4,000 คน ส่งผ่านสำนักงานศาลยุติธรรม ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกต่อไป โดยผมจะเเถลงข่าวกรณีดังกล่าว พรุ่งนี้ เวลา 12.00 น. ที่ศาลฎีกา ถ.เเจ้งวัฒนะด้วย” ตัวแทนผู้พิพากษาศาลยุติธรรม กล่าวและว่า สำหรับแนวคิดร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวทราบว่ามาจาก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็น อดีตตุลาการศาลปกครอง , อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญและอดีตผู้พิพากษาศาลยุติธรรม รวมทั้งนักวิชาการด้านกฎหมาย ซึ่งแนวคิดดังกล่าว เป็นการหวังดีหรือประสงค์ร้ายกันแน่ และจะเป็นการปฏิรูปที่ทำให้เสียของหรือไม่