เลขาฯสมช.เลี่ยงตอบประเด็นปล่อยตัว 14 นักศึกษา เพราะไม่อยากให้สังคมขัดแย้งเพิ่ม แนะมหาวิทยาลัยเปิดเวทีวิชาการให้แสดงออก
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.30น.-นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ว่า สมช.ไม่ได้มีการรายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของ 14 นักศึกษาที่ได้รับการปล่อยตัวแต่อย่างใด แต่ตนคิดว่าคนที่เคลื่อนไหวเขาก็เคลื่อนไหวและพวกเราต้องรู้ว่าบ้านเมืองต้องเดินไปทางไหน อีกทั้งเวลาก็เหลือน้อยเต็มที่ในการปฏิรูปประเทศ
เมื่อถามว่าหากปล่อยตัวออกมาแล้วยังมีความเคลื่อนไหว ฝ่ายความมั่นคงจะทำอย่างไร นายอนุสิษฐ กล่าวว่า เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราว่าถ้าการเคลื่อนไหวนั้นมีผลกระทบ เพราะสังคมไทยอยู่ภายใต้กฎระเบียบและถูกละเลยมามาก ทำให้สังคมสับสน สังคมไร้ระเบียบวินัย ในอนาคตลูกหลานของเราจะมีระเบียบวินัยได้อย่างไร ที่ตนพูดไม่ได้หมายถึงว่า 14 นักศึกษาไม่มีระเบียบวินัย แต่หมายถึงว่าเราจะทำอะไรให้กับชาติบ้านเมือง เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการสร้างกฎสร้างระเบียบ เพื่อให้ทุกคนเดิน ไม่ได้หมายความว่าจะให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีอภิสิทธิ์ในการเดิน
"ในมุมมองของสมช.ปัญหาสังคมที่เห็นในทุกๆเรื่องที่เรามีข่าวออกมาทุกวันมันมีข่าวที่เกิดจากการละเมิดระเบียบต่างๆที่มีมาในอดีต เช่น กลุ่มอิทธิพล การใช้ความรุนแรง การประมงที่ผิดกฎหมาย กระบวนการค้ามนุษย์ การเอารัดเอาเปรียบผู้ด้อยโอกาส เกิดจากการไม่มีระเบียบวินัยและไม่บังคับใช้กฎหมายไม่เข้มแข็งพอ"นาย อนุสษิฐ กล่าว
เมื่อถามว่ากรณีที่ศาลไม่ฝากขังนักศึกษา 14 คนรอบที่สองมีผลดีอย่างไร เลขาสมช. กล่าวว่า ตนว่าอย่าพูดประเด็นนั้นดีกว่า เพราะตนมองในภาพใหญ่ของประเทศ คือถ้าให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทุกอย่างก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเราดึงปัญหาทับสะสมกันไปแล้วสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคมมากขึ้น ถามว่าบ้านเมืองได้ประโยชน์อะไร ส่วนว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นพฤติกรรมเลียนแบบ 14 นักศึกษานั้นก็อย่าให้เลียนแบบ เพราะคิดว่าหลายคนมีวุฒิภาวะในการที่จะคิด มีวิจารณญาณในการตัดสินใจ เราคงไม่ไปชี้หรือไปบอกว่าควรจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าคิดว่าหลังจากการปล่อยตัวสถานการณ์กับกลุ่มคนที่ออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวจะคลี่คลายลงหรือไม่ในกลุ่มอื่นๆ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ไม่ถามด้านความมั่นคงด้านอื่นบ้างหรืออย่างไร จะถามประเด็นนักศึกษาอย่างเดียวเลยหรือ ซึ่งประเด็นนี้ไม่อยากพูดต่อ เพราะพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกก็จะกลายเป็นความขัดแย้ง และนักศึกษาก็ไม่ได้เข้าใจความห่วงใย กลายเป็นเข้าใจคนละทางสองทาง แต่ตนเชื่อการออกมาเคลื่อนไหวเพราะห่วงใยบ้านเมืองเช่นกัน แต่วิธีคิดการแสดงออกมีความแตกต่างกันไป แต่ก็ต้องมีแนวทางในการทำความเข้าใจตามที่นายกรัมนตรีห่วงใย เพราะเขายังเป็นเยาวชนคนไทยทั้งสิ้น
เมื่อถามถึงแนวคิดในการเปิดเวทีให้กับนักศึกษาให้แสดงออก เลขาสมช. กล่าวว่า คิดว่ามหาวิทยาลัย ครูบาอาจารย์ มีโอกาสและมีเวทีทางวิชาการ ถ้ามีการรวมกลุ่มกันแล้วสร้างเวทีขึ้นมาเพื่อแสดงความคิดเห็นเพื่อการปฏิรูปประเทศ คิดว่ามหาวิทยาลัยจะช่วยสร้างโอกาสได้เยอะแยะ แม้กระทั่งสื่อมวลชนตนได้บอกให้เจ้าหน้าที่ของสมช.จัดเวทีให้เราได้มานั่งคุยกันในเร็วๆนี้ ว่าบทบาทของสื่อกับอนาคตของประเทศ เราควรจะคุยกัน จะช่วยกันใช้สื่อเพื่อพัฒนาบ้านเมืองได้อย่างไร
"อันนี้เป็นแนวความคิดของผม เพราะผมอยากจะเป็นเจ้าภาพเอง โดยเชิญระดับผู้สื่อข่าว สื่อในทำเนียบรัฐบาลก่อนเพื่อคุยกัน เพราะสื่อมีพลังมหาศาล เพราะจะเคลื่อนไปทางไหนพลังของสื่อเป็นพลังใหญ่มาก แล้วประเทศจะก้าวหน้าได้อย่างไร สื่อเป็นพลังสำคัญ" นายอนุสิษฐ กล่าว





