"พล.อ.ไพบูลย์" ประชุมเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินคดีค้ามนุษย์ มั่นใจตอบโจทย์ "ทริป รีพอร์ต"ของสหรัฐฯครบถ้วน แก้ปัญหาข้อบกพร่องทุกประเด็น
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินคดีการค้ามนุษย์ ว่า หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมีความเห็นตรงกันให้จัดหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นรับผิดชอบการสอบสวนคดีค้ามนุษย์ โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นหน่วยงานหลัก และมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นหน่วยสนับสนุน เนื่องจากคดีค้ามนุษย์บางเรื่องเกี่ยวพันกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของข้าราชการและอาจจะต้องมีการติดตามอายัดทรัพย์สิน ในส่วนของอัยการสูงสุด ศาลยุติธรรม และกรมสรรพากร ก็มีการแบ่งแยกหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน โดยอัยการจะเข้าร่วมการสอบสวนตั้งแต่ชั้นจับกุม ขณะที่ศาลได้จัดตั้งแผนกคดีค้ามนุษย์ขึ้นรองรับการดำเนินคดีให้มีความรวดเร็วและเป็นธรรมขึ้น
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีค้ามนุษย์ที่มีผู้เสียหายเป็นเด็กและเยาวชนจะมีห้องสอบสวนเด็กและเยาวชนแยกจากห้องสอบสวนปกติ ในต่างจังหวัดให้ใช้สถานที่ภายในสถานีตำรวจที่มีศาลยุติธรรมตั้งอยู่ แล้วให้พม. ส่งนักจิตวิทยาเข้าร่วมสอบสวน โดยตนจะเร่งรายงานข้อเท็จจริงไปยังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้เร่งอนุมัติกรอบอัตรากำลังให้พม.มีเจ้าหน้าที่และที่ตั้งสำนักงานครบในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ส่วนในกรุงเทพฯจะใช้กระทรวง พม.เป็นสถานที่สอบสวนเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ยังมีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย โดยให้การพิจารณาคดีทุจริตและคดีค้ามนุษย์จบที่ศาลอุทธรณ์โดยเทียบเคียงกับคดียาเสพติด สำหรับกรณีปล่อยตัวชั่วคราวหรือให้ประกันซึ่งเป็นอำนาจศาล ผู้แทนศาลยุติธรรมขอให้พนักงานสอบสวนทั้งดีเอสไอ ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่พม. จัดส่งรายละเอียดแต่ละสำนวนคดีให้ครบถ้วน เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจประกอบการพิจารณาให้ประกันตัว
รมว.ยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการสืบพยานล่วงหน้าซึ่งจะใช้กับพยานที่เป็นชาวต่างประเทศเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเดินทางกลับมาให้การในประเทศไทย รวมถึงจะนำเทคโนโลยีการสืบพยานทางจอภาพมาใช้กับการสืบพยานในต่างประเทศซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลา 1 เดือนในการออกข้อกำหนดรองรับ นอกจากนี้ยังจัดทำฐานข้อมูลคดีค้ามนุษย์ให้เชื่อมโยงกัน ซึ่งล่าสุดพบว่าพม.ได้จัดทำฐานข้อมูลได้แล้วกว่า 70-80% ขาดเพียงคดีที่เกิดขึ้นก่อนปี 2556 การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการตอบโจทย์ผลจัดอันดับค้ามนุษย์ (ทริปรีพอร์ต) ของสหรัฐฯที่ตั้งข้อสังเกตถึงข้อบกพร่องในการจัดการปัญหาค้ามนุษย์ของไทยได้อย่างครบถ้วน โดยเป็นการแก้ปัญหาข้อบกพร่องทุกจุดจนสมบูรณ์แต่จะสำเร็จหรือไม่ต้องใช้ระยะเวลา





