ประชุมก.ตร.-ผบ.ตร. แจงกรณี“ศรีวราห์”มีหนังสือด่วนมากลงวันที่ 25 มิ.ย. 2558 เรื่องคัดค้านการลงมติในการประชุมก.ตร.อันขัดต่อกฎหมายและข้อบังคับ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 กรกฏาคม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)เปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 9/2558 ถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง มีหนังสือแจ้งสั่งการ ถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ระบุว่าด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้มีหนังสือด่วนมากลงวันที่ 25 มิถุนายน 2558 เรื่องคัดค้านการลงมติในการประชุม ก.ตร.อันขัดต่อกฎหมายและข้อบังคับ จากการประชุมก.ตร.เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา วาระเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่1360 /2558รวม ให้ พล.ต.อ.สมยศ ตรวจสอบ โดยพิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย แล้วพิจารณาเสนอความเห็นโดยด่วนภายใน 29 มิถุนายน 2558 นั้น ว่า การประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 9/2558 เป็นการประชุมเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาว่าการมีมติเรื่องการอุทธรณ์ศาลปกครองสำหรับการนับวันทวีคูณของพล.ต.ท.ศรีวราห์นั้นเป็นไปด้วยความถูกต้องตามหลักกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ สืบเนื่องจากในขณะที่ตนลาราชการไปต่างประเทศ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รักษาราชการแทนผบ.ตร. ได้รับหนังสือดังกล่าวและสั่งการต่อไปยัง พล.ต.อ.ชัยยง กีรติขจร ที่ปรึกษา(สบ10)ให้ไปหารือร่วมกับตัวแทนสำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.)และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เพื่อ
พิจารณาตามที่มีการสั่งการและร้องเรียน โดยผลการหารือได้ข้อสรุปว่า ในประเด็นที่ว่าไม่มีการเลือกให้ตนทำหน้าที่ประธานการประชุมแทนพล.อ.ประวิตร นั้น สามารถทำได้ เนื่องจากมี ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 88 / 2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ก.ตร.โดยกำหนดให้พล.ต.อ.สมยศเป็นรองประธาน ก.ตร.และกฎหมายวิธีปฏิบัติทางปกครอง ดังนั้น การทำหน้าที่ของ พล.ต.อ.สมยศ สามารถทำได้
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ขณะที่ประเด็นที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ โต้แย้งกรณี พล.ต.อ.เอก และ พล.ต.อ. พงศพัศ ไม่มีสิทธิร่วมประชุมนั้น ชี้ว่าเป็นการร่วมพิจารณาว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งเป็นการพิจารณาเรื่องของตัวเองในฐานะคู่ความว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคลอื่น ฉะนั้น รอง ผบ.ตร.ทั้ง 2 คนจึงมีสิทธิพิจารณา โดยสรุปว่าการประชุม ก.ตร.ในวันนั้นชอบด้วยกฎหมายและเป็นไปตามกฏข้อบังคับ ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการทำหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร เพื่อขอขยายเวลาการชี้แจงทั้งนี้เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและรอให้ตนกลับมาจากไปราชการต่างประเทศได้ร่วมพิจารณาอีกครั้งนั้น จากนั้นภายหลังทาง พล.ต.อ.เอก ซึ่งได้ทำความเห็นแย้งกับความเห็นคณะที่ พล.ต.ต.ชัยยง กีรติขจร ที่ปรึกษา (สบ 10)และตัวแทน กมค.และ ก.ตร. ส่งให้ตนว่าการประชุมในครั้งนั้น มีการลงคะแนนลับถึง 2 ครั้งนั้นไม่น่าชอบด้วยกฏหมายและระเบียบข้อบังคับพร้อมทั้งเสนอให้ประธาน ก.ตร.นัดประชุมมีมติลงคะแนนใหม่ โดยตนยืนยันว่า จากการถอดเทปการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ผ่านมาก็ไม่มีการคัดค้านใดๆทั้งสิ้น รวมถึงหากการพิจารณาออกมาว่าไม่เป็นธรรม ก็จะต้องแก้ไขเพื่อเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย





