วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'เผยเริ่มสบายใจปมค้ามนุษย์

"พล.อ.ประยุทธ์"เผยเริ่มสบายใจปมค้ามนุษย์ ยันรัฐบาลเร่งเดินหน้าแก้เต็มที่ รับหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายต้องใช้เวลา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ กล่าวถึงปัญหาที่หนักที่รัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่ในเวลานี้ ว่า 5 เรื่องต่อไปที่เป็นปัญหาหนักๆ ก็คือเรื่อง ICAO เรื่องการค้ามนุษย์ เรื่องประมง เรื่อง TIP REPORT ก็ ผมอยากจะเรียนว่ารัฐบาลนี้พยายามอย่างเต็มที่ในการจะแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีหลายอย่างด้วยกัน เรื่องกฎหมาย เรื่องวิธีบริหารจัดการ เรื่องการลงโทษ เรื่องการดูแลเหยื่อต่างๆ เหล่านั้น ในเรื่องของการค้ามนุษย์ การประมง ในส่วนของ ICAO ต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการต่างๆ ในเรื่องของกรมการบินพลเรือน เข้ามาตรวจสอบ ดำเนินการในข้อบกพร่อง ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลายาวนาน วันนี้ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา ก็เคารพในการตัดสินของคณะกรรมการ ขององค์กรระหว่างประเทศทั้งหมด เราก็ต้องปรับปรุงแก้ไข สิ่งใดก็ตามที่เราเป็นความบกพร่อง เราก็ต้องแก้ให้ได้ รัฐบาลนี้ทำงานอย่างหนักแทบจะทุกวัน ทุกสัปดาห์ ต้องมีการพูดถึงในเรื่องเหล่านี้ และติดตามความก้าวหน้า ทุกอย่างก็ยังคงก้าวหน้าอยู่ไปตามลำดับ ก็ขึ้นอยู่กับว่า ทางคณะกรรมการซึ่งจะต้องมีจัดผู้สังเกตการณ์เข้ามาเป็นระยะๆ ดูความก้าวหน้าตั้งแต่เรื่องที่ผมกล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่

แนวโน้มก็น่าจะทำให้เราสบายใจขึ้นได้บ้างนะ ในส่วนของการพูดจา ขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือมิตรประเทศเราเหล่านั้นเขาก็ให้ความร่วมมือกับเราดี คราวนี้ก็ยังไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องปรับปรุงไปเรื่อยๆ ทุกอย่างมันต้องกลับมาที่จุดเริ่มต้น ดูซิว่าบกพร่องเรื่องอะไร แล้วก็เอาสิ่งที่เขาเอาเป็นบรรทัดฐาน มาตรฐาน ข้อบกพร่องกี่ข้อ เอามาดู แล้วเกี่ยวพันกับเรื่องอะไรบ้าง ก็ต้องแก้ไขทั้งหมด มีการบูรณาการ วันนี้ก็เอา คสช. ไปร่วมด้วย ช่วยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการค้ามนุษย์ การประมง เพื่อจะแก้ไขปัญหาเรื่อง TIP REPORT เรื่องของ ICAO อันนี้เรื่องกระทรวงคมนาคม ก็ได้อาศัยอำนาจตามมาตร 44 ของ คสช. นั้นเข้าไปแก้ไขในระยะแรกด้วย อื่นๆ นั้นก็ต้องใช้กฎหมาย ซึ่งจะต้องนำเสนอเข้าไปใน สนช. ในการพิจารณา พรบ. ต่างๆ การแก้ไขกฎกระทรวงอะไรเหล่านี้ ก็ดำเนินการทั้งสิ้น 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เรื่องต่อไปด้านเศรษฐกิจ วันนี้ตนก็มุ่งเน้นในการดูแลเศรษฐกิจชุมชน ในเรื่องของ Social Business แล้วก็เรื่องของ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ว่าจะเชื่อมโยงกันได้อย่างไร จะไปต่อเนื่องกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs ได้อย่างไร แล้วไปโยงกับธุรกิจระดับประเทศ ธุรกิจข้ามชาติ ที่เราค้าขายกับโลกภายนอกเขาอยู่นี่ จะเชื่อมโยงอย่างไร ภาคการเกษตรของประชาชนจะเข้มแข็งอย่างไร บ้านเราก็มีทั้งพ่อค้าคนกลาง มีทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ถ้าเราสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรกรขึ้นมา ให้มีความรู้ด้านการค้า การลงทุน หรือเรื่องการตลาดเองนี่ ก็จะทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น วันหน้าก็จะเป็นเถ้าแก่ได้ เป็นเถ้าแก่ใหม่ได้ สำหรับในด้านเทคโนโลยี การวิจัยและ พัฒนา เหล่านี้เพื่อจะเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย ของประเทศ ต้องนำไปสู้ความทันสมัย ใช้เทคโนโลยีในการผลิต ในการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า ใช้การวิจัยพัฒนาที่เป็นรูปธรรม

วันนี้จะต้องกำหนดหัวข้อในการวิจัยพัฒนา เรื่องที่เราต้องการ ประเทศเราต้องการอะไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการแปรรูป การใช้ประโยชน์จากด้านเกษตรกรรม ในการที่จะทำให้เกิดเป็นสินค้าแล้วก็มีความแปลกใหม่ มีนวัตกรรมเพื่อจะแข่งขันกับโลกภายนอกเขาได้ วันนี้การส่งออกของเราค่อนข้างมีปัญหา เราต้องปรับปรุงด้านการวิจัยและพัฒนาแล้วก็จัดหาธุรกิจ ใหม่ๆ หรือว่าสิ่งที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งแปลกกว่าเขา ขายได้ราคากว่าเขา น่าสนใจกว่าเขาเหล่านี้ อยู่ในขั้นตอนที่เราเริ่มต้นดำเนินการทั้งสิ้น ที่ผ่านมาก็อาจจะยังไม่ทันต่อสถานการณ์ในวันนี้ทำให้มูลค่าในการส่งออกลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตผลทางการเกษตร ตอนนี้ก็ต้องปรับทุกวัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการค้า การลงทุน การตลาด ในกลุ่มต่างๆ ของโลกนี้มีตั้งหลายกลุ่มด้วยกัน เราก็จัดวางยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนขึ้น เราจะขายใคร ที่ไหน ตลาดบน ตลาดล่างอย่างไร ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ต้องผูกพันเชื่อมโยงกัน สร้างห่วงโซ่ ของอุปทาน ห่วงโซ่ของคุณค่านะครับ เพื่อจะเชื่อมโยให้แข็งแรง ทั้งประชาชน เอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ คือง่ายๆ ก็คือ ชุมชนต้องเข้าแข็ง จังหวัดเข้มแข็ง ภูมิภาคเข้มแข็ง แล้วก็ไปเชื่อมโยงด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่เราดำเนินการอยู่ในขณะนี้ แล้วก็รวมความไปถึงพื้นที่ตอนในที่มีศักยภาพด้วย อันนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าเป็น Cluster เขตเศรษฐกิจพิเศษ อย่าไปกังวล เราก็จะส่งเสริมในพื้นที่ก่อนให้ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เดี๋ยวจะไม่เข้าใจกันอีก ในพื้นที่ก็จะกลัวว่านอกพื้นที่จะไปลงทุน

ทำให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้ง เราจะให้โอกาสในพื้นที่ก่อนด้วย พิจารณาดูซิว่าจะลงทุนกันยังไง จะส่งเสริมกันยังไง มีกองทุนอะไรให้หรือไม่ ในส่วนที่มีศักยภาพ ในส่วนข้างนอกก็คงไปเติมอยู่บ้าง แต่คราวนี้ ในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันออกไป เป็น Cluster ก็คือหลายๆ กิจการไม่ใช่ในเรืองของโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเดียวเดี๋ยวจะกังวลเข้าไปอีก มีทั้งธุรกิจการแปรรูป คลังสินค้า คลังกระจายสินค้า มีทั้งธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม การบริการต่างๆ ทั้งหมด ที่มีศักยภาพของแต่ละภูมิภาคของเรา ปีนี้ก็เกิดในระยะที่ 1 นี่ 6 จังหวัด ปีหน้าก็จะเกิดอีก 4 จังหวัด อันนี้ก็ยังไม่รวมถึงพื้นที่ที่มีศักยภาพ ตอนใน รวมความไปถึงการส่งเสริมธุรกิจ SMEs ของ สสว. การส่งเสริมการลงทุนของ BOI ด้วยนะครับ ทั้งหมดผูกพันกันทั้งระบบ เราก็เอาทุกอย่างมาบูรณาการร่วมกัน