วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธ.ออมสินแจ้งแนวปฏิบัติสางหนี้ครู

ธ.ออมสิน ส่งหนังสือถึง ศธ.แจ้งแนวปฏิบัติสางหนี้ครู แบ่งเป็น กลุ่มลูกหนี้วิกฤตรุนแรง-กลุ่มใกล้วิกฤต-กลุ่มลูกหนี้ปกติ

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตาม ที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกับรมว.กระทรวงการคลังและผู้อำนวยการธนาคารออมสินเพื่อจัดทำ มาตรการแก้ไขปัญหาภาระหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการธนาคารออมสินนั้น โดยขณะนี้ ธนาคารออมสินได้อนุมัติหลักการเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติและแจ้งมายัง ศธ. ดำเนินการ ดังนี้ คือ ให้แบ่งลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ลูกหนี้ขั้นวิกฤตรุนแรง คือ ลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการถูกฟ้อง ถูกดำเนินคดี หรือถูกบังคับคดีขาดความสามารถในการชำระหนี้จากสาเหตุที่จำเป็น 2.ลูกหนี้ใกล้วิกฤต คือลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระเกินกว่า 12 งวดติดต่อกัน 3. ลูกหนี้ปกติ คือลูกหนี้ที่ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้และยังสามารถบริหารจัดการหนี้ได้

ทั้งนี้ ภายหลังแบ่งกลุ่มลูกหนี้ได้แล้วจะมีมาตรการในการปรับโครงสร้างหนี้ ดังต่อไปนี้ ลูกหนี้ขั้นวิกฤตรุนแรง ให้มีชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือบังคับคดีไม่เกิน 3 ปี โดยต้องมีระยะเวลาฟ้องคดีเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี ให้พักชำระดอกเบี้ยไม่เกิน3ปีแต่ให้ชำระเงินต้น สำหรับลูกหนี้ใกล้วิกฤต ให้พักชำระดอกเบี้ยไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือ และลูกหนี้ปกติ ให้พักชำระเงินต้นไม่เกิน 2 ปี แต่ให้ชำระดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ลูกหนี้ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการภายในวันที่31ก.ค.2558 ซึ่งหากลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการไม่ชำระหนี้ตามเงื่อนไขเป็นเวลา 2 งวดติดต่อกัน ลูกหนี้ต้องกลับเข้าสู่เงื่อนไขตามสัญญาเดิม

 “มาตรการดังกล่าวยังมีเงื่อนไขประกอบเพิ่มเติม คือ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำประกันเงินกู้และลูกหนี้ต้องยินยอมให้กรมบัญชีกลางหักเงินเดือนชดใช้หนี้ให้ธนาคาร ที่สำคัญลูกหนี้จะต้องไม่สร้างภาระหนี้เพิ่มกับสหกรณีออมทรัพย์อีก โดยให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลของลูกหนี้ที่มีกับสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย””พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างดังกล่าวนี้ได้รับการยินยอมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)แล้ว และธนาคารออมสินกำลังดำเนินการแจ้งมาตรการให้ สกสค.ทราบเพื่อดำเนินการปรับ โครงสร้างหนี้สินครูฯต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมคณะกรรมการสกสค.เมื่อวันที่23 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้มีการพูดถึงการดำเนินการโครงการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.)7ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการชะลอโครงการดังกล่าวไว้แล้ว ซึ่งในที่ประชุมเสนอว่าควรจะยกเลิกโครงการช.พ.ค.7เลยได้หรือไม่ เพราะเห็นว่าครูสามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินอื่นได้หากมีความจำเป็น เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ครู สถาบันการเงินอื่น ๆ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่เป็นข้อยุติ ซึ่งจะต้องนำมาหารือกันอีกครั้ง