สถาบันปรีดีฯจัดปาฐกถาครบรอบ 83 ปี การอภิวัฒน์สยาม 24มิ.ย.2475 ย้ำ รัฐธรรมนูฐฉบับแรก มาตราแรกคือบัญญัติว่าอำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลาย
- เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ มีการจัดงานปาฐกถาปรีดี พนมยงค์ ประจำปี 2558 ครบรอบ 83 ปี การอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 ,ครบรอบ 20 ปี สถาบันปรีดี พนมยงค์, ครบรอบ 70 ปี วันสันติภาพไทย (สิ้นสุดสงครามโลก ครั้งที่ 2)
โดย ดร.ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น อาจารย์และนักวิชาการภาควิชา Political & Social Change Australian National University ได้แสดงปาฐกถาในหัวข้อ “ผู้หญิงก่อน-หลังการอภิวัฒน์ 24 มิถุนายน 2475” ในตอนหนึ่งว่า บทบาทการต่อสู้ของผู้หญิงเพื่อประชาธิปไตยนั้น เห็นได้ชัดจากผู้หญิง3คนคือ 1.ท่านผู้หญิงพูลศุข พนมยงค์ ภรรยานายปรีดี พนมยงค์ ที่อยู่เบื้องหลังและคอยสนับสนุนการทำงานของนายปรีดีโดยตลอด เป็นผู้ที่กล้าหาญและเสียสละจนมีบทบาทเปลี่ยนแปลงสังคมและประชาธิปไตย 2.อ.องุ่น มาลิก ที่มีความกล้าหาญโดยร่วมกิจกรรมต่อต้านอำนาจไม่เป็นธรรมอย่างเต็มที่ในอดีตยุคเผด็จการ
6ต.ค.2519 จนถูกจับกุม ทั้งยังถือเป็นบุคคลหนึ่งที่คัดค้านระบบชนชั้น โดยเชื่อในสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียม และยังได้เน้นย้ำถึงแนวคิดให้กับนักศึกษาว่าให้ทำงานเพื่อสังคม ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว และ3.นางอังคณา นีละไพจิต ผู้หญิงที่ชีวิตเปลี่ยนแปลงหลังจากสามี คือนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้เป็นสามีถูกอุ้มหายตัว โดยเธอพยายามต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้กับสามีอย่างเข้มแข็ง และได้ตั้งมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ คอยช่วยเหลือและต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนให้กับผู้คนที่ประสบเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องในระดับสากล ดังนั้นจึงควรเขียนถึงผู้หญิงเหล่านี้ในตำนานการต่อสู้ด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน เรายังไม่ใส่ใจบทบาทผู้หญิงในการต่อสู้เท่าที่ควร เพราะยังมีการดูถูกผู้หญิง ทำให้บทบาทการเป็นผู้นำสาธารณะมีจำนวนน้อยกว่าผู้ชาย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงไม่ต่อสู้ แต่เพราะไม่มีโอกาสเลือกบทบาทอื่นนอกจากทำงานเบื้องหลัง
จากนั้นมีการอภิปรายโดยวิทยากรในหัวข้อ"ปรีดี พนมยงค์ กับ รัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ที่ท่านเกี่ยวข้อง" ได้แก่ นายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ นักวิชาการวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์, นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และนายเกื้อ เจริญราษฎร์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง
นายธเนศ กล่าวว่า รัฐธรรมนูฐฉบับแรกคือธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม 2475 นั้น สะท้อนตัวตนและแนวคิดส่วนใหญ่ของนายปรีดี หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ที่ให้พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และมีเนื้อหาสำคัญในมาตราแรกคือ บทบัญญัติที่ระบุว่าอำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลาย และถือเป็นรัฐธรรมนูญที่สั้นที่สุดเพียง 39 มาตรา ซึ่งเมื่อเทียบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างในขณะนี้ ที่มองว่าจะเป็นปัญหา เช่น การจำกัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับแรกได้จำกัดคนในสังคมชั้นสูง แต่ร่างปัจจุบันดูเหมือนจะจำกัดสิทธินักการเมืองในการเข้าสู่อำนาจ อีกทั้ง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่เป็นหลักสากล โดยเฉพาะหลักการที่ระบุว่ารัฐธรรมนูญต้องจำกัดอำนาจรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ ไม่ใช่จำกัดอำนาจราษฎร ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ไม่ตก
ขณะที่นายวรเจตน์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับแรก นายปรีดีได้ผลักดันทั้งความคิด ความเชื่อ ความฝัน มากที่สุด แต่ก็มีปัญหาในรูปการปกครองที่ไม่ชัดเจน เพราะเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกออกมานายปรีดีใช้คำว่า ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ เนื่องจากคำว่าประชาธิปไตยในความเข้าใจนายปรีดีนั้นคือสาธารณรัฐ ซึ่งภายหลังนายปรีดีก็ยอมรับว่ามีข้อบกพร่องหลายประการ เนื่องจากร่างอย่างกะทันหัน จนมีการร่างแก้ไขใหม่จนกลายมาเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ปีพ.ศ.2489 ซึ่งตนชื่นชอบมากที่สุด เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยมากที่สุด
แม้นายปรีดีจะมีบทบาทในการร่างน้อยลงกว่าเดิมจากรัฐธรรมนูญฉบับแรก แต่ก็มีบทบัญญัติที่น่าสน อาทิ การตั้งพรรคการเมืองสามารถทำได้โดยไม่ต้องจดทะเบียน หรือการให้มีสองสภาที่มาจากการเลือกตั้ง การวางความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับสภาไว้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับ 2489 ยังมีความสัมพันธ์กับกรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 จนนำมาสู่การใส่ร้ายนายปรีดี กระทั่งอำนาจของคณะราษฎรถูกโค่นล้มลงในที่สุด ซึ่งการพ่ายแพ้ของนายปรีดีนั้น ส่งผลต่อเนื่องกับระบอบประชาธิปไตยจนถึงปัจจุบันอย่างปฏิเสธไม่ได้
อย่างไรก็ตาม นายวรเจตน์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขณะนี้กำลังมีปัญหา การที่กมธ.ยกร่างฯ เปลี่ยนจากคำว่าราษฎรที่มีหมายถึงผู้ตกอยู่ภายใต้การปกครองเป็นพลเมือง ซึ่งทางภาษาอาจถกเถียงกันได้ แต่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย รัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทย ได้ให้ความหมายคำว่าราษฎรคือคนเป็นเจ้าของอำนาจ อย่าไปเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ถูกปกครอง ดังนั้น สภาพพลเมืองจึงไม่ได้ถูกใช้ในความหมายที่ควรจะเป็น
ขณะเดียวกัน อ.เกื้อ กล่าวว่า นายปรีดีมีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกอย่างมาก แม้ในบทบัญญัติเรื่องสิทธิเสรีภาพจะไม่ถูกบัญญัติไว้ เนื่องจากในช่วงเวลา พ.ศ.2475 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจจากพระมหากษัตริย์มาเป็นของราษฎร จึงยังไม่พร้อมในหลายอย่าง นอกจากนั้น นายปรีดียังได้เสนอเค้าโครงเศรษฐกิจ ซึ่งตนมองว่าเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่ง เพราะช่วงดังกล่าวได้มีการรอมชอมระหว่างพระมหากษัตริย์กับราษฎรแล้ว แต่เมื่อเค้าโครงนี้ถูกเสนอ โดยเฉพาะการให้นำที่ดินของเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นคนชั้นสูงมาใช้ประโยชน์ จึงกระทบต่ออำนาจเก่า อำนาจนั้นจึงตื่นตัวขึ้นมาต่อต้านและโจมตีนายปรีดีว่าเป็นแนวคิดแบบสังคมนิยม





