ปปง.เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาดหนัก ขู่เอาผิดนอมินีรับจ้างเปิดบัญชีร่วมฟอกเงิน
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ขณะนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อให้หลงเชื่อโอนเงินยังแพร่ระบาดอยู่ในหลายพื้นที่ และใช้วิธีโน้มน้าวให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินง่ายขึ้นโดยรูปแบบที่ใช้หลอกลวงคือ การสามารถระบุประวัติส่วนตัว รวมถึงชื่อบุคคลใกล้ชิดของผู้เสียหายได้ทั้งหมดคาดว่า แก๊งเหล่านี้ได้ข้อมูลส่วนบุคคลมาจากเอกสารสัญญาเงินกู้การทำประกันหรือใบสมัครงานที่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และบุคคลใกล้ชิดล่าสุดในวันนี้ (24มิ.ย.) เพียงวันเดียว ปปง.ได้รับแจ้งจากเหยื่อ3รายว่า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาททั้งหมดถูกหลอกโดยแก๊งเดียวกันอ้างชื่อ ร.ต.อ.ภาณุพงศ์ระบุว่า เป็นเจ้าหน้าที่ปปง. ทั้งที่ไม่มีตัวตนจริงโดยคนร้ายข่มขู่ผู้เสียหายว่าบัญชีเงินฝากถูกใช้ไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดหากไม่ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจะถูกยึดทรัพย์ทั้งหมดผู้เสียหายระบุว่า คนร้ายพยายามสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างถึงชื่อบุคคลใกล้ชิดทำให้ยิ่งเชื่อว่า เป็นเจ้าหน้าที่จริงจึงหลงโอนเงินไปให้ทั้งนี้จากการตรวจสอบบัญชีปลายทางที่ผู้เสียหายโอนเงินไปพบว่าเงินถูกถอนออกไปทั้งหมดแล้ว
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า ขอเตือนไปยังประชาชนทุกสาขาอาชีพให้ระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง โดยก่อนหน้านี้อาละวาดหนักในกลุ่มครูกระทั่งปปง. ทำหนังสือไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ ให้ระมัดระวังทำให้แก๊งดังกล่าว เปลี่ยนไปหลอกลวงกลุ่มอื่นอีกเช่น ผู้เสียหาย 3 รายในวันนี้ มีทั้งอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ครูและพยาบาลซึ่งผู้เสียหายรับว่า ไม่ค่อยติดตามข่าวสารทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ซึ่ง ปปง.จะเร่งติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขอเตือนไปยังผู้รับจ้างเปิดบัญชีรับเงินให้แก๊งเหล่านี้ว่า ให้รีบไปติดต่อขอปิดบัญชีกับธนาคาร เพราะมีโทษตามกฎหมายฟอกเงินจำคุก 1-10ปี หรือปรับ20,000-200,000บาท





