"ประวิตร” ยันรบ.ไม่นิ่งนอนใจเร่งเดินหน้าแก้วิกฤตภัยแล้ง ยอมรับก.ค.แล้งหนักสุด เร่งเจาะบ่อบาดาลช่วยเกษตรกร
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงแก้ปัญหาภัยแล้งว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ที่ผ่านมาตนได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยนายกฯก็มีความห่วงใยเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะจะต้องเข้าไปช่วยเหลือชาวนาที่ได้ปลูกข้าวไปแล้ว 3ล้านไร่ เนื่องจากตอนนี้ฝนขาดช่วง จึงทำให้นาที่ปลูกข้าวได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ในส่วนพื้นที่นาที่ขณะนี้นายกฯพยายามนำน้ำบาดาลมาช่วยเหลือ ปัจจุบันน้ำที่มีอยู่เหลือน้อยและจะต้องนำไปใช้ในระบบนิเวศ ทั้งเรื่องการไล่น้ำเค็ม ถ้าเราไม่ดำเนินการจะยิ่งทำให้พืช สวน ไร่นา เสียหายมากกว่านี้
“เราจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือชาวนาที่ปลูกข้าวไปแล้ว และพยายามรักษาเท่าที่สามารถทำได้ โดยนายกฯได้สั่งให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปขุดเจาะน้ำบาดาล โดยทางกระทรวงทรัพยากรฯรับไปดำเนินการขุดเจาะจำนวน269 บ่อ แต่ก็พยายามจะทำให้ได้อีก 500บ่อ ภายในก.ค.นี้ เราต้องผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ เพราะเดือนก.ค.ถือว่ามีความเสี่ยงแล้งมากที่สุด ส่วนการปล่อยน้ำของกรมชลประทานต้องมีความรอบคอบ รัฐบาลพยายามดำเนินการทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือชาวนาและชาวไร่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ส่วนระยะยาวจะต้องดำเนินการ เพราะขณะนี้น้ำต้นทุนที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำลดน้อยลงมาก เพราะฝนไม่ตก ปกติน้ำจะเพิ่มประมาณ 6 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันเหลือเพียง1 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการสำรวจพื้นที่ที่ประชานได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเพื่อรายงานต่อนายกฯ จากนั้นทางกระทรวงมหาดไทยจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ หากช่วยเรื่องน้ำไม่ได้ก็จะช่วยเรื่องงบประมาณ” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงว่าชาวนาจะออกมาชุมนุมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราไม่ห่วงเรื่องประชาชนจะออกมาชุมนุม เพราะขณะนี้รัฐบาลพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่และทุ่มเททุกอย่าง โดยใช้ทรัพยากรบุคคลลงไปช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านวิกฤตช่วงก.ค.นี้ไปให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเราจะต้องช่วยกัน และต้องอดทน รัฐบาลจะพยายามนำน้ำที่มีอยู่บริหารจัดการให้ได้





