อธิบดีผู้พิพากษาภาค6 คัดค้านร่างรธน.เพิ่มสัดส่วนก.ต.คนนอก

อธิบดีผู้พิพากษาภาค6 คัดค้านร่างธรรมนูญ นำคนภายนอก ร่วมเป็นคณะกรรมการตุลาการ หวั่งเกิดการแทรกแซงอำนาจตุลาการ
วานนี้ (18มิย.) นายชาติชาย กริชชาญชัย อธิบดีผู้พิพากษาภาค ๖ แถลงว่าผู้พิพากษาในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๖ ประกอบด้วยอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๖ รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๖ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๖ รวมถึงผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาในเขตอำนาจของอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๖ และเลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาค ๖ รวมประมาณ ๑๗๐ คน ส่งรายชื่อไปยังนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกาเพื่อร่วมกันคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นการเพิ่มสัดส่วน นำคนภายนอก ร่วมเป็น คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.)ซึ่งเดิมมีอยู่ ๒ คน ใน ๑๕ คน เป็นไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ นั้น ยังไม่ปรากฏข้อมูลหรือข้อเท็จจริงใดว่าจะทำให้การบริหารศาลยุติธรรมดีขึ้น ตรงกันข้ามอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้หลายประการ เช่น ปัญหาการแทรกแซงอำนาจตุลาการจากฝ่ายการเมืองในทุกรูปแบบ ปัญหาการโยกย้ายแต่งตั้งผู้พิพากษา เป็นต้น
นายชาติชาย อธิบดีผู้พิพากษาภาค ๖ แถลงเพิ่มเติมว่าการแก้ไขให้มีคนนอกเข้ามาใน ก.ต. เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ โดยศาลยุติธรรมยอมเช่นนั้นเพื่อแลกกับเงื่อนไขการแยกศาลออกมาจากกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการอย่างแท้จริง โดยมี ก.ต.เป็นหลักประกันความเป็นอิสระของผู้พิพากษามิให้ฝ่ายอื่นเข้ามาแทรกแซงได้
การอ้างว่า มีคนนอกจากฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารเข้ามาเป็น ก.ต. เพื่อเชื่อมโยงกับประชาชนนั้น เห็นว่า เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายธุรการของศาลยุติธรรมต้องประสานกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติอยู่แล้ว โดยต้องของบประมาณการบริหารงานศาลยุติธรรมในแต่ละปีและปรึกษาหารือกันในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับศาลยุติธรรม จึงมีความเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว นอกจากนี้คนที่สอบคัดเลือกเข้ามาเป็นผู้พิพากษาก็ล้วนมาจากลูกชาวบ้านทุกระดับชั้น เช่น ลูกชาวสวน ลูกชาวนา หรือแม้แต่สาวโรงงานก็มีมาแล้ว ลูกพ่อค้าคหบดี คนร่ำรวย ลูกข้าราชการ ทุกฝ่ายก็มีแล้ว ขอถามว่าลูกคนเหล่านี้มิใช่ลูกของประชาชนหรือ? มิใช่การเชื่อมโยงถึงประชาชนโดยตรงอีกหรือ? และการสอบคัดเลือกมาเป็นผู้พิพากษาก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นสนามสอบที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีเส้นสาย วิ่งเต้นไม่ได้ ประชาชนทุกคนได้สิทธิในการสอบคัดเลือกแข่งขันโดยเท่าเทียมกันทุกคน
“อย่างนี้ดีไหม ผมมีความเห็นส่วนตัวว่าหากจะให้มีการเชื่อมโยงกันในลักษณะนี้ เมื่อฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติต้องการส่งคนเอาเข้ามาในฝ่ายตุลาการ ก็ให้ฝ่ายตุลาการส่งคนเข้าไปในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติด้วย จะได้เชื่อมโยงกันอย่างเหนียวแน่นต่างฝ่ายต่างประสานกันดีหรือไม่ครับ”นายชาติชาย กริชชาญชัย กล่าว
ขอเรียนมายังคณะกรรมาธิการและผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ว่า หากยังมีแนวคิดเช่นนี้และพยายามผลักดันต่อไป เชื่อว่าจะมีผู้พิพากษาอีกไม่น้อยทะยอยกันออกมาให้ความคิดเห็นอย่างแน่นอน เพราะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมทุกคนจับตาเฝ้ามองความเคลื่อนไหวและรอดูอยู่ว่าจะมีการพยายาม ก้าวก่ายหรือแทรกแซงอำนาจตุลาการหรือไม่







