วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สนช.'ผ่านแก้รธน.วาระ3เปิดทางทำประชามติ

"สนช." มีมติผ่านร่างแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว วาระ 3 แล้วด้วยคะแนน 203ต่อ0 งดออกเสียง 3 คะแนน เปิดทางทำประชามติ รอ"นายกฯ"นำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 15 วัน

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ ผ่านวาระ 3 ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบท่วมท้นด้วยคะแนน 203 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 คะแนน จะส่งร่างให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 15 วัน เพื่อเปิดทางทำประชามติ และจะมีผลบังคับใช้ทันที หลังประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา

ก่อนการลงมติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะรองหัวหน้าคสช. กล่าวขอบคุณสมาชิก สนช. ที่ให้ความสนใจในการอภิปรายและตั้งข้อสังเกตการแก้ไขร่างดังกล่าว โดยการแก้ไขครั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้คิดเอง แต่ประชาชนเรียกร้องให้ทำประชามติ พร้อมยืนยัน รัฐบาลตั้งใจทำเพื่อประชาชน เดินหน้าทำงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และยอมรับว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว อาจส่งผลกระทบบ้าง แต่ขอให้ลงมติเพื่อประเทศชาติ

โดยนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สนช. กล่าวว่า สภากาแฟสงสัยว่า การแก้ไขเรื่องดังกล่าวเจาะจงเพื่อคนกลุ่มใดหรือไม่ ฝากให้รัฐบาลระวังเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่ปล่อยมาในเที่ยวนี้ว่า มีทั้งดีและไม่ดี หากเลือกกลุ่มไม่ดีเข้ามา ความเสียหายต่อประเทศจะยิ่งมากขึ้น  

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่เปลี่ยนจุดยืน และไม่ได้ทำขัดหลักการรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ที่ห้ามผู้ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่จำเป็นต้องแยกแยะให้ออกว่า ใครเป็นผู้กระทำผิดกับผู้ติดร่างแห เมื่อผู้ถูกเพิกถอนสิทธิได้รับโทษครบแล้ว ก็ไม่สมควรมีตราบาปติดตัวตลอดชีวิต เป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลไม่ได้อาฆาตฝ่ายใด มุ่งที่จะปรองดอง การเลือกใครจะดำรงตำแหน่ง รัฐบาลจะตรวจสอบอย่างรอบคอบ ส่วนคนกระทำความผิดในคดีทุจริตจนนำไปสู่การถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งนั้นก็ไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งสมาชิกสนช. สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ รัฐมนตรี รวมไปถึงสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้อย่างแน่นอน โดยเป็นบทบัญญัติที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 มาตรา 8 (7) ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ขอเสนอแก้ไขแต่อย่างใด

"จะบ้านเลขที่อะไรก็ตามที่มีการพูดกันตามสื่อมวลชนทั้งหลาย ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังร่างกันอยู่ในวันนี้ก็ไม่ได้ห้ามกับผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผมได้สอบถามกับประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และท่านยืนยันว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างอยู่ ไม่มีส่วนห้ามในส่วนนั้นไว้ เพราะเขาได้แยกแยะแล้ว จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องการให้เจือสมกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย คนที่พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแล้วเขายังสามารถรับเลือกตั้งได้อยู่ จะเป็นอะไรก็เป็นได้" นายวิษณุ กล่าว  

จากนั้นได้พิจารณาถึงมาตรา 5 ว่าด้วยการกำหนดกระบวนการและขั้นตอนการทำประชามติ สนช.หลายคน อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ และ นายนรนิติ เศรษฐบุตร ตั้งข้อสังเกตว่า การให้สนช.และสปช.ตั้งคำถามเพื่อทำประชามติ สามารถสอบถามในประเด็นอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ และเมื่อประชาชนได้ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว จะสามารถแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ตามความเห็นของประชาชนในประเด็นคำถามประชามติข้อสองได้อย่างไร

นายวิษณุ ชี้แจงว่า การกำหนดคำถามประชามติเพิ่มเติมนั้น สามารถถามได้ทั้งเรื่องที่อยู่ในหรือนอกร่างรัฐธรรมนูญ เช่น เห็นด้วยกับการเปิดกาสิโนถูกกฎหมายหรือไม่ หรือเห็นด้วยกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดหรือไม่ แต่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากแต่ละสภาก่อน ส่วนการแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญตามความเห็นของประชาชนในคำถามประชามติข้อสองนั้น ส่วนตัวคิดว่า การตั้งคำถามต้องตั้งคำถามให้ดี ถ้าตั้งไม่ดีก็อาจมีปัญหาได้ เช่น ถ้าลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไปตั้งคำถามว่า เห็นด้วยกับการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงหรือไม่ ถ้าประชาชนบอกว่าเห็นด้วย ก็จะเกิดปัญหาต้องไปแก้รัฐธรรมนูญอีก