“ปีติพงษ์” ติวเข้มพ่อเมืองลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด แจงปชช.ชะลอปลูกข้าว รอฝนหลังก.ค.นี้
ที่กระทรวงมหาดไทย นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการหารือร่วมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการถ่ายทอดวิดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์ไปยัง 22 ผู้ว่าฯราชการจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ในวันนี้เราได้ขอความร่วมมือทางกระทรวงมหาดไทยไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพราะถือว่า เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานความมั่นคงที่สามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้ โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องของฝนที่มีความล่าช้า จึงทำให้มีข้อจำกัดทางด้านการทำการเกษตรที่มีพื้นที่อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจำนวน 22 จังหวัด ที่ส่วนใหญ่ทำการเพาะปลูกข้าว โดยได้มีการขอให้ทางผู้ว่าฯได้เข้าไปดูแลพื้นที่ 2 ประเภท
คือ ประเภทแรกที่ได้ปลูกข้าวไปแล้วประมาณ 3.4 ล้านไร่ ที่เป็นพวกได้ลงทุนลงแรงไปแล้ว เนื่องสภาวะที่ฝนไม่ตกทำให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในเขื่อนลดน้อยลง ในการคำนวณของเรามีพื้นที่ 3.4 ล้านไร่ที่ปลูกไปแล้ว เราสามารถที่จะส่งน้ำไปช่วยเหลือได้ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งที่ยังไม่ได้ปลูกส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาดอนก็ได้ขอร้องให้ประชาชนได้เลื่อนเวลาเพาะปลูกไปปลายเดือนก.ค.นี้ ก็เป็นไปตามทางผู้เชี่ยวชาญและนักอุตุนิยมวิทยาได้พิจารณากันแล้ว นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ยังไม่ได้เพาะปลูกเหลืออยู่ประมาณ 4 ล้านไร่
“วัตถุประสงค์ที่เราต้องให้เลื่อน เนื่องจากเราต้องรักษาพื้นที่ปลูกไปแล้วกับพื้นที่ยังไม่ได้เพาะปลูกไม่ให้เกิดความเสียหาย ให้เพียงพอกับจำนวนน้ำที่เรามีอยู่ขณะนี้ เราจึงขอร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ได้ปลูกไปแล้ว เนื่องจากปีนี้ปริมาณน้ำมีน้อย ในการเพาะปลูกต้องมีการผลัดเปลี่ยนการใช้น้ำกันขออย่าให้เกิดการแย่งชิงการใช้น้ำเกิดขึ้น เพราะเราไม่อยากเห็นสภาพนี้ ถ้าประชาชนให้ความร่วมมือทำการเกษตรตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ก็จะสามารถรักษาพื้นที่เพาะปลูก 3.4 ล้านไร่เอาไว้ได้ ในส่วน 4 ล้านไร่ที่เราขอให้ไปปลูกปลายเดือนกรกฎาคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯไปสำรวจว่า จะมีการเสริมกิจกรรมการเพาะปลูกอะไรให้ประชาชนมีรายได้ ที่ไม่ใช่การเพาะปลูกข้าวอย่างเดียว แล้วยังมีมาตรการอื่นๆ ที่จะเข้าไปส่งเสริมอะไรอีก โดยที่เราไม่อยากกำหนดกิจกรรมเอง แต่อยากให้ชาวบ้านหรือประชาชนได้กำหนดอยากจะทำอะไร ซึ่งจะมีการประมวลให้เสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ ทางภาครัฐจะต้องทำหรือดำเนินการอย่างไร ขอเรียนย้ำว่า ที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้มีอยู่ 22 จังหวัด แล้วที่เป็นปัญหาคือส่วนที่ได้ปลูกข้าวไปแล้ว กับส่วนที่ยังไม่ได้ปลูก เราจึงต้องมีมาตรการหลังเดือนกรกฎาคมจะต้องมีมาตรการอะไรเข้าไปเสริมหรือเปล่า ในกรณีที่ฝนตกหรือไม่ตก เพราะคงไม่มีใครรู้ได้ แต่ทางนักอุตุนิยม และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายเชื่อว่า จะตกหลังกรกฎาคมไปแล้ว” รมว.เกษตรฯ กล่าว
และว่า ในส่วนหากได้มีการลักลอบปลูกข้าวนั้น ตนคงไปห้ามโดยตรงไม่ได้ เพราะเราไม่มีแนวคิดไปจำกัดสิทธิของประชาชนเขา แต่ต้องพยายามชี้แจงให้ประชาชนได้รู้ว่า ถ้าเกิดภัยแล้งขึ้นมาแล้วทางประชาชนได้ลงทุนไปมันไม่คุ้มดังนั้นขอให้รอสักนิดแล้ว ขอให้บอกทางรัฐบาลว่า สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือในช่วงที่ต้องรอเวลาให้ถึงปลายเดือนกรกฎาคมเป็นอะไร ในเรื่องการแก้ไขปัญหาฝนแล้งน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกมีเพียงทางเดียวคือต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องพยายามฟังเจ้าหน้าที่ว่า ควรจะทำอย่างไร
อย่างไรก็ตามสภาวะฝนขณะนี้ตกน้อยกว่าปกติเท่าที่นักอุตุนิยมวิทยาได้ประเมินไว้ ดังนั้นเราคาดหวังฝนจะตกในช่วงหลังเดือน ก.ค. เป็นต้นไป แต่คงไม่มีใครบอกได้ช่วงดังกล่าวจะมีฝนตกมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นห่วงรัฐบาลจึงต้องเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า ไม่สามารถบอกได้ในสิ่งที่ยังไม่เกิดจะมีความแล้งมากน้อยแค่ไหนในพื้นที่ใดบ้าง แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันอยากขอเรียนให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกมากจนเกินไป เพราะทางรัฐบาลต้องดูแลประชาชนอยู่แล้ว




