“วิษณุ”แนะ“สภาขับเคลื่อนฯ” ไม่ควรตั้งต้นปฏิรูปใหม่ แจงต้องเลือกเรื่องที่มีลำดับความสำคัญเร่งด่วน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน้าที่หนึ่งที่สปช.ต้องดำเนินการคือส่งต่องานปฏิรูปไปยังสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ซึ่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขก็ได้กำหนดไว้ว่าสภาขับเคลื่อนฯ ต้องรับสิ่งที่สปช.ได้ดำเนินการไว้มาทำต่อ แต่ไม่ได้ตัดสิทธิในการคิดจะทำอะไรใหม่ เพียงแต่จำกัดไว้เพียงเล็กน้อยถึงระยะเวลาที่จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่รับช่วงต่อเพียงไม่กี่เดือน เพราะฉะนั้ หากจะไปคิดทำอะไรขึ้นมาใหม่
ทั้ง 11 ด้านใหญ่โต คงไม่ได้ ต้องเลือกเรื่องที่มีลำดับความสำคัญเร่งด่วน ส่วนเรื่องอะไรที่เรียกว่าเร่งด่วน นายกรัฐมนตรีก็ได้เคยพูดไปแล้ว โดยให้นำสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ไปพิจารณา ส่วนอะไรที่ทำต่อได้ก็ให้ทำต่อไป อย่าไปตั้งต้นนับหนึ่งอะไรใหม่ แล้วอะไรที่จะปรับปรุงคุณภาพของงานให้ดีขึ้น ก็ให้ช่วยคิดทำ ส่วนประเด็นที่จะปรับปรุงองค์กรหรือตั้งกระทรวง หรือยุบกรม ประเด็นพวกนี้เอาไว้คิดท้ายๆ เพราะแม้จะเป็นการปฏิรูปอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่เป็นความเร่งด่วน เพราะวันนี้เราปฏิรูปกันมาจนมี 20กระทรวง 140 กรม มันมีฐานพอที่จะทำงานได้ แต่จะทำอย่างไรให้ตรงนี้มีคุณภาพเท่านั้นและนี่คือข้อสอบที่จะใช้ตรวจการบ้านของสปช. และสภาขับเคลื่อนฯ
เผย โครงสร้างมี 2 รูปแบบ เลือกจากสปช.-คนนอก
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนโครงสร้างของสภาขับเคลื่อนฯ นั้นหน้าตาจะออกใน 2 รูปแบบ คือ หน้าตาตามที่เขียนในรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขว่ามีจำนวนไม่เกิน 200 คน คุณสมบัติอะไรบ้าง ซึ่งทำหน้าที่เพียงปฏิรูปอย่างเดียว ส่วนนี้คือหน้าตาที่อยู่ในกฎหมาย ส่วนหน้าตาที่อยู่นอกเหนือไปจากกฎหมายคือ เวลาจะคัดเลือกคนเข้าไป ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าต้องคัดจากแหล่งใด ซึ่งครั้งนี้จะไม่ได้เขียนกำหนดอะไรไว้มากเพื่อความคล่องตัวในการสรรหาและแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ซึ่งสภาขับเคลื่อนฯทำงานเรื่องปฏิรูป ซึ่งแปลว่าทำงานร่วมกับรัฐบาล รัฐบาลก็จะเป็นผู้เลือกบุคคลเข้าไปทำหน้าที่ในส่วนนี้ โดยส่วนหนึ่งอาจจะคัดเลือกจากคนที่เคยเป็นสปช. และคนที่อยู่นอกสปช. ส่วนจะคัดอย่างไรตนไม่ทราบคงต้องรอดูอีกสักระยะว่าต้องการคนแบบไหนเข้ามาทำงาน คาดว่าน่าจะมีการประกาศหลักเกณฑ์ในการที่จะหาตัวบุคคล ซึ่งเท่าที่คิดกันไว้อาจจะมีการตั้งบุคคลในสภาขับเคลื่อนเป็นคณะๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องนำคนที่มีแนวคิดสอดคล้องกับรัฐบาล แต่เราต้องการคนที่มีความคิดในการที่จะทำเรื่องปฏิรูป ก็พอมองเห็นจากคนที่อยู่ในสปช.ว่ามีความเข้าใจหรือไม่ ส่วนคนที่อยู่นอกสปช.อาจจะต้องนำเข้ามาดูว่ามีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการปฏิรูป ก็คงเป็นคนที่เคยแสดงความคิดเห็นในสังคม ความคิดเห็นตรง ไม่ตรงกับรัฐบาลไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะรัฐบาลนี้ก็ไม่ได้อยู่นานและไม่ได้จะให้รัฐบาลนี้ดำเนินการต่อเรื่องปฏิรูป แต่จะทำเพียงในส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะทิ้งไว้ตามโรดแมป ในระยะที่ 3 เพื่อรัฐบาลใหม่ดำเนินการต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่นักการเมืองบ้าน 111-109 จะเข้ามาอยู่ในสภาขับเคลื่อนฯหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นไปได้ แต่ต้องไม่ขัดคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม เพราะเมื่อเราถอดสลักมาตรา 8 (4) ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว นักการเมืองเหล่านั้นก็มีโอกาสเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ ได้ เพราะเดิมเราเขียนปิดโอกาสไว้เพียงช่องเดียว แต่ช่องเดียวตรงนี้มันไปกันทั้ง 3 แห่ง สปช. สนช. และครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า สนช.ที่ไม่มีคุณภาพ จะไม่คัดออกหรือ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีมาตราไหน ที่จะเอาเขาออกได้ ไม่ได้เขียนเอาไว้ และไม่ได้แก้ให้มีอำนาจนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สปช.ที่เป็นกมธ.ยกร่างฯด้วยนั้น เวลาสปช.พ้นไป จะต้องพ้นสภาพด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่กระทบเพราะการที่ สปช.เสนอคนเข้าไปเป็น กมธ.ยกร่างฯ จะโดยเป็นคนที่เป็นสปช.อยู่แล้วหรือไม่ก็ได้ แต่บังเอิญเมื่อเลือกคนที่เป็นสปช.เข้าไปแล้ว ถือว่าที่มา มาจากสปช. ก็จบ ไม่ใช่บัดนี้เขาไม่ได้เป็นสปช. ก็เลยต้องออกจากกมธ.ยกร่าง มันไม่ใช่ ไม่มีที่ไหนบอกว่ากมธ.ยกร่างฯในสัดส่วนสปช.ต้องมาจากสปช.
เผยน้อมรับความเห็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงร่างรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนก็รับทราบเพราะเป็นความเห็นของผู้ใหญ่ ไม่ได้ว่าอะไรก็รับฟังท่านอยู่ แต่ผู้หลักผู้ใหญ่พูดอย่างนี้เยอะแยะ ซึ่งหลายท่านพูดก็น่าฟัง แต่ถ้าเราไปเอาความคิดใดความคิดหนึ่งมา มันก็จะมีความคิดอย่างอื่น ก็จะมีผู้ใหญ่อื่นโผล่เข้ามาพูดอย่างอื่นอีก ซึ่งเราฟังทั้งหมด และหากจำเป็นเมื่อต้องใช้ประโยชน์จากความคิดใด ก็จะนำมาใช้ และหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านในชั้นสปช. สปช.และกมธ.ยกร่างฯ ก็จะถูกยุบก็จะมีการตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คน และเมื่อร่างเสร็จสิ้นก็จะไปทำประชามติทันที ซึ่งจะไม่ส่งร่างมายังสภาขับเคลื่อนฯ อีก เพราะตั้งใจให้สภาขับเคลื่อนฯ ไม่มายุ่งกับรัฐธรรมนูญ
เตรียมตั้งวิปสภาขับเคลื่อนฯ-รัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ควรระบุให้ชัดเจนหรือไม่ว่าสภาขับเคลื่อนฯควรทำเรื่องอะไรให้เสร็จบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อตั้งแล้วคงต้องมีการบอกเพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็บกพร่อง จึงคิดว่าจะตั้งระบบวิป ระหว่างสภาขับเคลื่อนกับรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาก็ไม่มีวิปสปช.
เผยใช้เกณฑ์เช็กชื่อเข้าประชุม เลือกคนนั่งสภาขับเคลื่อนฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า สมาชิกสปช.ที่โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ จะไม่มีสิทธิเข้ามาเป็นสภาขับเคลื่อนฯใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า สปช.จะโหวตอย่างไรก็ช่าง เพราะต้องนับหนึ่งใหม่อยู่แล้ว ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะสุ่มเสี่ยงจะได้เป็นสภาขับเคลื่อนหรือไม่ ซึ่งคิดว่าเกณฑ์หนึ่งที่ใช้พิจารณาคือการเช็คชื่อเข้าประชุม รวมถึงการทำหน้าที่ได้ดี และให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์
ระบุยังมีส่วนพอใจสปช.อยู่บ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว โดยระบุให้มีสภาขับเคลื่อนฯ มาแทนที่สปช.หลังวันลงมติร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเพราะสปช.ทำงานไม่ได้ตามความต้องการของรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีใครพูดอย่างนั้น เราพูดเพียงอย่างเดียวว่า ไม่ต้องการให้การโหวตร่างรัฐธรรมนูญมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ รวมถึงเรื่องที่จะทำหน้าที่สปช.ต่อหรือไม่เท่านั้น เพราะถ้ารัฐบาลเกิดไม่พอใจจริง มันมีวิธีเขียนอะไรให้สาสมกับความไม่พอใจเยอะ แต่ก็ไม่ได้เขียนอย่างนั้น ซึ่งตรงนี้ก็แปลว่ายังมีส่วนพอใจ ส่วนกรณีที่มีสมาชิก สปช.บางกลุ่มออกมาโวยวายหลังจากไม่ได้อยู่ต่อนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา ก็เข้าใจเขา





