“พล.อ.ประยุทธ์” นายกฯ บอกคงไม่อยู่ถึงปี 60 ยันรัฐบาล มีงบฯ ไม่ตูดขาด ลั่นขอทำศัตรูเป็นมิตร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มายังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ ต.ชุมแสง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำพื้นที่ประแสร์และภาคตะวันออก โดยมีนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการ จ.ระยองและข้าราชการประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 14 จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับประชาชนที่มาให้การตอนรับตอนหนึ่งว่า วันนี้เรื่องของน้ำมีปัญหาทั้งประเทศ เพราะที่ผ่านมาการบริหารจัดการน้ำไม่ชัดเจน ต้องรื้อเขียนยุทธศาสตร์ใหม่ปี 57-69 อย่างขณะนี้การปลูกข้าวนาทีเริ่มมีปัญหาแล้ว เพราะจากที่ฝนตกไม่ต่อเนื่องและเก็บน้ำไม่ได้ ล่าสุดเพิ่งสั่งการให้มีการทำประกันการปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากเดิมที่ประกันเฉพาะการปลูกข้าวในพื้นที่แล้งซ้ำซาก เพราะรัฐบาลไม่สามารถใช้เงินมาช่วยเหลือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ เราพูดกันที่ข้อเท็จจริงไม่ได้พูดเอาคะแนนเสียง และหากจะมาไล่กันให้มากระซิบข้างๆ จะพูดเสียงดังไม่ได้
นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการบริหารราชการแผ่นดินมีการบิดเบือน ทำให้เรามีปัญหาอย่างทุกวันนี้ ดังนั้น จากนี้เราต้องทำเพื่อลูกหลาน คนไทยในอนาคตที่ยังไม่เกิดมา ไม่อย่างนั้นวันข้างหน้าทุกอย่างก็จะกลายเป็นของต่างชาติหมด สิ่งที่ตนทำมาตั้งแต่ปี 57 จะจบในปี 59 ส่งต่อให้รัฐบาลใหม่ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพวกทุกคนที่จะรวมพลัง แต่ไม่ใช่เป็นการรวมตัวเพื่อต่อต้านรัฐบาลตน หรือรัฐบาลใหม่ แต่เป็นการรวมพลังใช้อำนาจอธิปไตยอย่างถูกต้อง ทั้งในเรื่องการเลือกตั้ง การทำประชามติ เพื่อให้ประชาชนมีความเข้มแข็งไม่ให้การเมืองมาทับถม วันนี้ฝนตกเยอะ ทรัพยากรมี แต่ไม่รู้ว่าจะใช้อย่างไรให้คุ้มค่า ที่ผ่านมาป่าของไทยหายไปถึง 20 ล้านไร่ จากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากการถูกหลอก บิดเบือนความต้องการ รวมถึงเรื่องยางและข้าว ซึ่งก่อนหน้านี้มีการต่อต้านของสปช.ท่านหนึ่ง แต่ตอนนี้ได้แก้ปัญหาจนพอใจแล้ว ไม่เป็นศัตรูกันอีก ซึ่งรัฐบาลนี้จะเปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร และจะไม่ทำให้มิตรเป็นศัตรู ดังนั้นหากประชาชนเดือดร้อนไม่ว่าเรื่องใดทั้งสิ้น ขอให้ไปที่ศูนย์ดำรงธรรมและหากแก้ไขไม่ได้ก็จะเล่นงานรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ขออย่าเร่งรัดและกดดันการทำงานจนเกินไป
“ผมต้องหาเงินมาใช้หนี้ไม่รู้กี่แสนล้าน นั่นถือเป็นน้ำตาของผม เป็นภาษีของประชาชน ผมอยู่อย่างนี้ต่อไปอีกไม่นาน เมื่อรู้ว่าอะไรดีก็ต้องช่วยกันทำ วันนี้ผมไม่อยากมีอำนาจซักวัน แต่อยากมีอำนาจในการบูรณาการ ใช้อำนาจตาม ม. 44 เอาทุกกระทรวงมารวมกันในการแก้ปัญหา นี้คือภาระ ผมไม่ได้ไปรังแกท่าน แต่รายได้จากการเกษตรที่ลดลง คือเรื่องที่ต้องยอมรับ ต้องกลับไปสู่ความเป็นจริง บิดเบือนไม่ได้อีกแล้ว เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นประเทศล้มละลายในสายตาชาวโลก แม้จะมีปัญหาในการใช้งบ แต่ไม่ได้เป็นรัฐบาลที่ตูดขาด เงินหมด ตามที่ใครกล่าวหา เรามีเงินสำรองไว้เพื่อแก้ปัญหาในยามฉุกเฉิน ไม่ได้เก็บเงินไว้แจกใคร ผมมองภาพรวมทั้งประเทศ ทั้งระดับภูมิภาค จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน รัฐมนตรีทุกคนต้องมองแบบผม เพื่อให้คนไทยมีความเข้มแข็งไม่ถูกชักจูง อยู่กับระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากล อย่าไปทำแบบกลุ่มผลประโยชน์ ต้องมองคนอื่นด้วย ผมไม่ได้อยู่กับท่านไปตลอดชีวิต คิดว่าปี 60 ก็จะไม่อยู่แล้ว ปี 59 ก็ต้องไปก็ต้องไปวันนี้ไม่มีอะไรในโลกที่ดีอย่างเดียว หรือเสียอย่างเดียว เว้นแต่จิตใจมนุษย์ ที่เลวแก้ไม่ได้ ไม่ใช่รวยแล้วเปลี่ยน แต่ต้องคิดถึงตอนที่ตัวเองจนด้วย มองกันอย่างเสมอภาค ยอมรับกติกา ทุกคนย่อมมีโอกาสกลับตัวได้ หากยอมรับกติกาของสังคม ซึ่งอยู่ที่ประชาชน และอย่ากลับไปเลือกผิดอีก เพราะเลือกผิดมาหลายครั้งแล้ว ทั้งหมดคือความรับผิดชอบของผม วันนี้บ้านเราแม้มีผลผลิตเยอะ แต่ขาดสตอรี่ เราต้องสร้างสตอรี่เพื่อเพิ่มมูลค่าเหมือนญี่ปุ่น ขณะที่บ้านเราไม่มีสตอรี่แต่มีสตอเบอรี่ หรือไม่ก็สตอเบอร์แหล แต่ตรงนี้ไม่ได้ว่าหรือก้าวล่วงใคร เดี๋ยวหาว่าตนไปยุ่งกับเขาอีก ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นรัฐบาลนี้ว่าทำงานอย่างเต็มที่ทุกอย่างโปร่งใสเพราะเราไม่ได้เข้าหาผลประโยชน์” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





