"สามารถ" โต้"ไพศาล" ลั่นไม่เคยปล่อยข่าวจีนยกเลิกโครงการรถไฟความเร็วสูง กทม.-หนองคาย แต่ให้ความจริงประชาชนว่า จีนไม่ร่วมลงทุน รัฐต้องกู้100%
นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงกรณีที่นายไพศาล พืชมงคล คณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ออกมาระบุว่า ปล่อยข่าวโกหกเรื่องยุติโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของนายไพศาล เพราะตนไม่ได้บอกว่าโครงการนี้จะยกเลิก แต่ให้ข้อมูลว่าจีนจะไม่ร่วมลงทุนด้วย ซึ่งหมายความว่าจีนจะไม่ลงเงินในการก่อสร้างรถไฟความเร็วปานกลางร่วมกับไทย เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด และเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพฯ แต่จีนจะให้ไทยกู้เงินบางส่วนเพื่อใช้ในการก่อสร้างรถไฟเส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งจีนจะรับจ้างก่อสร้างงานบางส่วนที่ผู้รับเหมาไทยไม่ถนัด อีกทั้ง จีนจะขายขบวนรถไฟ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีในไทย
นายสามารถ กล่าวว่าโครงการดังกล่าวยังคงเดินหน้าตามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of UnderstandingหรือMOU)และบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of CooperationหรือMOC)ระหว่างไทย-จีน แต่ตนทราบมาว่าการเจรจาเรื่องรูปแบบการลงทุนนั้นได้ผลสรุปว่า จีนจะไม่ลงเงินร่วมกับไทยเพื่อใช้ในการก่อสร้างรถไฟเส้นทางดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังกันไว้ นั่นหมายความว่า ในกรณีที่จีนร่วมลงเงินด้วย หากโครงการขาดทุนก็ขาดทุนด้วยกัน หากโครงการมีกำไรก็มีกำไรด้วยกัน
“ แต่ในกรณีที่จีนไม่ร่วมลงเงินด้วย ไทยก็ต้องลงเงินทั้งหมด100%ซึ่งจะเป็นภาระหนักของไทยที่ต้องกู้เงินจำนวนมาก มาก่อสร้างและต้องแบกรับภาระความเสี่ยง รวมทั้งภาระดอกเบี้ยทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว ทั้งๆ ที่จีนก็จะได้รับประโยชน์จากรถไฟเส้นทางดังกล่าวด้วยทั้งดอกเบี้ย การก่อสร้าง การขายขบวนรถไฟและวัสดุอุปกรณ์โดยที่ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงใด ๆ เลย จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนและเจรจากับจีนใหม่เพื่อให้ลงทุนร่วมกันจึงจะทำให้โครงการนี้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้นผมเชื่อว่าขาดทุนแน่นอน จึงอยากให้นายไพศาลพิจารณาข้อมูลของผมด้วยความเป็นธรรมจะได้เข้าใจ”
นายสามารถ กล่าวว่า การเดินหน้าโครงการเช่นนี้ แตกต่างจากที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เคยวางแนวทางไว้ว่า จะเป็นการร่วมลงทุนด้วยกันคือ ตั้งบริษัทร่วมทุน แต่กรณีนี้เท่ากับรัฐต้องลงทุนเอง 100% เป็นภาระหนักของไทยเพราะเท่ากับขาดทุนฝ่ายเดียวและรับภาระดอกเบี้ย 2-4 %ทั้งที่จีนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ด้วยเพราะเป็นการเชื่อมต่อระบบรางระหว่างประเทศ จึงน่าจะลงทุนร่วมกันซึ่งจะทำให้มีโอกาสในการคุ้มทุน เพราะจีนก็จะพยายามส่งเสริมให้คนในประเทศเดินทางมาประเทศไทยซึ่งจะช่วยให้รถไฟเส้นทางนี้สามารถเลี้ยงตัวเองได้
นายสามารถ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลทบทวนเรื่องนี้และพิจารณาสถานะประเทศ ก่อนตัดสินใจ เพราะหากลงทุนไม่คุ้มค่าก็จะเกิดผลเสีย ดังนั้นจึงควรหันมาพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ 1 เมตรให้ทั่วประเทศก่อนก็จะช่วยเรื่องระบบโลจิสติกได้มากและไม่เป็นภาระกับประเทศด้วย จึงไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลจึงไม่ขยายรถไฟทางคู่1เมตรทั่วประเทศ แทนที่จะทำทั้งรถไฟความเร็วสูงและรางมาตรฐาน คือ กว้างแบบ 1.4 เมตร เพราะจะเป็นภาระทางการเงินของประเทศมากจนเกินไป





