"ชวลิต"เผย 248 อดีตส.ส.จะสู้ข้อกล่าวหาปมแก้รธน.ที่มาส.ว.ด้วยตัวเองทุกคน วอนสนช.พิจารณาอย่างรอบคอบ ระบุพรุ่งนี้จะไปตรวจเอกสารที่สภา
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีสนช.จะประชุมพิจารณานัดแรก ใน 26 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาถอดถอน 248 อดีตส.ส.หรือไม่ในประเด็นแก้ไขรธน.ที่มา ส.ว.ตามการชี้มูลของ ป.ป.ช. ว่า ในส่วนของอดีตส.ส.พท.จะแก้ข้อกล่าวหาด้วยตนเองทุกคน เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง มีโทษถึงประหารชีวิตทางการเมือง ทั้งนี้ ต้องขอบคุณนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ที่ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกลางว่า เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาตามข้อบังคับการประชุมว่าจะแก้ข้อกล่าวหาเป็นกลุ่มหรือด้วยตนเอง ซึ่งในส่วนของพท.เห็นพ้องต้องกันแล้วว่าแต่ละคนจะแก้ข้อกล่าวหาด้วยตนเองเพราะเหตุผลดังกล่าวข้างต้น อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (10 มิถุนายน) ช่วงบ่าย ตนและคณะจะเดินทางไปตรวจ ดูเอกสารหลักฐานที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) หมายเลข 102 อาคารรัฐสภา 2 ซึ่งทราบว่ามีเอกสารถึงจำนวน 38,232 แผ่น
นายชวลิต กล่าวว่า ตนขอสื่อสารไปยัง สนช.ทุกท่าน โดยหลายท่านก็รู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาช้านาน ซึ่งมิได้หวังเอาความรู้จักส่วนตัวมาขอความเห็นใจ ตรงข้ามกับเป็นห่วงเวลาที่ท่านไม่ค่อยมีอาจเป็นข้อจำกัดในการพิจารณาที่ขาดความรอบคอบได้ หลายท่านเป็นข้าราชการประจำบ้าง เกษียณอายุแล้วบ้าง บางท่านเป็นนักธุรกิจ เวลาในการตรวจสอบเอกสารด้วยตนเองจึงมีน้อย หรือแทบไม่มี ตนจึงขออนุญาตฝากข้อสังเกต ดังนี้ 1.กรณีพิจารณาเรื่องทั่วๆไป เมื่อเวลามีน้อย จึงอาจฟังวิปฯเป็นหลัก แต่กรณีนี้เป็นการถอดถอนบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และจำนวนมากถึง 248 คน กระทบในวงกว้างทั่วประเทศ ซึ่งผมเปรียบเทียบไว้ว่าเหมือนประหารชีวิตหมู่ทางการเมือง จึงขอความกรุณาพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบที่สุด เพราะหลายกรณีเมื่อเรื่องถึงศาล มิได้เป็นไปตามความเห็นของป.ป.ช.ก็มีมาก 2.เมื่อเร็วๆนี้ สนช.เพิ่งมีมตไม่ถอดถอน 38 อดีต ส.ว.ในข้อกล่าวหาเดียวกันกับอดีตส.ส.248 คน คือ แก้ไข รับธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.ซึ่งความจริง ป.ป.ช.ควรรวมพิจารณา เพราะเป็นสมาชิกรัฐสภาเหมือนกัน ลงชื่อแก้ไขเรื่องเดียวกัน แต่แม้จะแยกพิจารณา เมื่อเป็นประเด็นข้อกล่าวหาเดียวกัน เมื่อ สนช.มีมติไม่ถอดถอน 38 ส.ว. ก็ไม่มีเหตุผลใดทึ่จะถอดถอน 248 อดีตส.ส. โดยสนช. ควรมีบรรทัดฐานหรือมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นองค์กรนิติบัญญัติของไทยในยุคนี้ต่อสาธารณชนและชาวโลก
นายชวลิต กล่าวอีกว่า 3.มีหลายกรณีที่ศาลรับธรรมนูญยกคำร้องหรือไม่รับฟ้อง ด้วยเหตุที่ว่ารัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งเป็นประเด็นในคดี ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ทั้งนี้ เป็นประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่อดีต สส 248 คน นำไปต่อสู้ข้อกล่าวหา 4.มีกรณีสำคัญที่สนช.ทุกท่านคงไม่ทราบว่า มีผู้ถูกกล่าวหาบางท่านยังไม่เคยให้ถ้อนคำ ทั้งโดยวาจาและโดยเอกสาร รวมทั้งมิได้สละสิทธิการให้ถ้อยคำ ประการสำคัญได้แจ้งให้คณะกรรมการฯได้รับทราบ จึงอาจเป็นประเด็นว่า กระบวนการไต่สวนและสำนวน การสอบสวนชอบด้วยกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวจะได้แถลงคัดค้านและโต้แย้งเมื่อถึงวาระพิจารณาทันทีในโอกาสแรก
"จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ถ้า สนช.พิจารณาด้วยเหตุด้วยผลแล้วเห็นสอดคล้องว่าไม่น่าจะถอดถอนอดีตส.ส. 248 คน น่าจะใช้เวลาของสนช.พิจารณาเรื่องสำคัญที่รอการพิจารณาอยู่ในอนาคตอันใกล้ เช่น ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และร่าง กฎหมายสำคัญๆที่เป็นนโยบายของรัฐบาล จึงน่าที่จะมีญัตติต่อเรื่องดังกล่าวตามความเหมาะสมหรือที่เห็นควร อนึ่ง ต่อกรณีการยุบพรรคไทยรักไทยในอดีต และการตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 111 คน รวมทั้งดำเนินคดีอาญากับพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา นั้น ขณะนี้ศาลได้พิพากษายกฟ้อง พล.อ. ธรรมรักษ์ จึงเป็นข้อคิดเตือนสติทุกฝ่ายให้พิจารณาเอกสารหลักฐานต่างๆในสำนวนให้รอบคอบ เพราะผู้ถูกกล่าวหา เมื่อมั่นใจและบริสุทธิ์ใจในการดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ย่อมต่อสู้เพื่อปกป้องตนเองตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด" นายชวลิต กล่าว





