วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บวรศักดิ์'ยกรธน.ใหม่ สกัดขัดแย้ง ตัดวงจรซื้อ-ขายเสียง

"บวรศักดิ์" ประธานกมธ.ยกร่างฯ ชี้ "รธน.ใหม่" สกัดขัดแย้ง ชูพลเมืองเข้มแข็ง ตัดวงจรซื้อ-ขายเสียง

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 14.15 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อรัฐธรรมนูญในงานสัมมนาเรื่อง “การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายจากทั้งหมด 4 เวที 4 ภูมิภาค ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจต่อร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกที่ยกร่างแล้วเสร็จ ควบคู่ไปกับการรับฟังเสียงสะท้องและข้อเสนอแนะจากภาคประชาชน เพื่อนำมาประมวลประกอบการพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีภาคประชาชน 4 ภาคร่วมฟังกว่า 500 คน ว่า ประเทศไทยเริ่มมีความขัดแย้งตั้งแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 เนื่องจากรัฐบาลต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน เกิดการชุมนุมทางการเมืองเพื่อต่อต้านบุกสถานที่ราชการสำคัญของประเทศ จนนำไปสู่การเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งหากยังปล่อยให้ความขัดแย้งเหล่านี้ไปอยู่ต่อไประเทศไทยจะถอยหลังทั้งในระดับเอเชียและระดับโลก

  

นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สาเหตุของความขัดแย้งเกิดจากผู้นำทางการเมืองระหว่างรัฐบาลและฝ่ายตรงข้าม และชักจูงราษฎรเข้าร่วมกับฝ่ายต่างๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเขียนขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา โดยมีเจตนารมณ์เพื่อขจัดปัญหาความขัดแย้ง สร้างพรรคการเมืองที่ใสสะอาด สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจทำให้คนไทยพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงทำให้การเลือกตั้งเกิดความโปร่งใสได้ ขณะเดียวกันในวันนี้เป็นการนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกมานำเสนอให้ประชาชนรับทราบ และจะนำไปประกอบการพิจารณาในการจัดทำร่างสุดท้าย ร่วมกับความเห็นของฝ่ายต่างๆที่เสนอให้ทบทวนในบางมาตรา อาทิ ในส่วนของกลุ่มการเมืองที่เสนอให้ตัดทิ้ง และหากมีการปรับแก้ไขจะต้องทำให้การจัดตั้งพรรคการเมืองง่ายขึ้น ทั้งนี้กรรมาธิการยกร่างจะต้องพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายให้แล้วเสร็จภายในเดือนส.ค.

  

นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าต้องการให้พลเมืองเป็นพลเมืองก็ต้องให้พลเมืองมีกินมีใช้ ต้องปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลือมล้ำ ไม่ต้องไปหาส.ส. ส.ว. ส.จ. ถ้าพึ่งตัวเองได้ก็ไม่ต้องรอนโยบายประชานิยม รัฐธรรมนูญนี้เขียนขึ้นโดยมีเจตนารมณ์ให้พลเมืองเป็นใหญ่ ถ้ายังทะเลาะกันอยู่ชาติไม่สันติสุข รัฐบาลก็ไม่ต้องทำอะไร ดังนั้นการสร้างความปรองดองต้องทำโดยด่วน ส่วนการแก้ความไม่ใสสะอาดในอดีตต้องสร้างความสมดุลในระบบเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ การร่างรัฐธรรมนูฐฉบับนี้เน้น 2 ข้อ 1.ต้องสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ และ 2.หนุนสังคมให้เป็นธรรม เพราะฉะนั้นการแก้การซื้อเสียงจะเอาระบบเลือกตั้งไปแก้ก็ทำไม่ได้ ต้องแก้โดยสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ และหนุนสังคมให้เป็นธรรมเท่านั้น ในหมวดหนุนสังคมให้เป็นธรรมจะเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตยที่จะแก้การซื้อเสียงอย่างแท้จริง

  

“พลเมืองจะเกิดขึ้นได้คือคนไทยทั้งหมดมีสำนึกพลเมือง มีความรับผิดชอบ เคารพรัฐธรรมนูญ เคารพกฎหมาย รู้สิทธิตัวเองและผู้อื่น ส่วนพฤติกรรมพลเมืองถ้ามีกิจกรรมอะไรพลเมืองก็ไปช่วยกันทำ ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ต้องพึ่งใครเป็นอิสระก็จะไม่มีการขายเสียง ถ้าไม่มีจิตสาธารณะไม่มีการแก้การซื้อเสียงได้ ซึ่งผมก็อยากให้สื่อมวชนให้ความสำคัญกับพลเมืองครั้งนี้ด้วย” นายบวรศักดิ์ กล่าว

  

จากนั้นเป็นการเสวนา หัวข้อ “มีอะไรในร่างรัฐธรรมนูญ” โดยมีคณะกรรมมาธิการร่างรัฐธรรมนูญร่วมบรรยาย โดยนายมานิจ สุขสมจิตร กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินจริงๆ จะมีเสรีภาพมากกว่าเดิม จะมีส่วนร่วมในทางการเมือง และการตรวจสอบ ถ้าหากรัฐธรรมนูฐนี้ผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และประชาชนแล้ว ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินจริงๆ ซึ่งคนที่มาใช้เสรีภาพต้องทำตัวให้เหมาะกับความเป็นพลเมือง คำนี้ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นๆ พลเมืองต้องพึ่งตนเอง ไม่ใช้ระบบอุปถัมภ์ ใช้สิทธิ์ตามความเหมาะสม

  

นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการเปลี่ยนประเทศอย่างเต็มที่ เเนวทางพลเมืองเป็นใหญ่ จะให้บทบาทชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นทุกๆเรื่อง ถ้าชุมชนเข้มแข็ง พลเมืองก็จะแข็มแข็ง ในร่างรัฐธรรมนูญจะให้เกิดการกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น พลเมืองก็จะมีอำนาจในการร่วมคิดและร่วมทำ รวมถึงเรื่องสมัชชาพลเมืองจะมีการเชื่อมโยงโดยมีเวทีของภาคพลเมือง และสร้างโอกาสในการพัฒนา เชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพราะตอนนี้พลเมืองตื่นหมดแล้วที่จะร่วมคิดร่วมทำได้ ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกไปประเทศของเราเปลี่ยนแน่นอน

  

ด้านนายเจษฎ์ โทณวณิก กล่าวว่า ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการเขียนชัดเจนว่านิติธรรมคืออะไร 1.กฎหมายต้องเป็นสิ่งสูงสุด 2.สิทธิความเสมอภาคของพลเมืองต้องได้รับความคุ้มครอง 3.มีนิติกระบวน ในหลักกฎหมายต้องไม่มีการย้อนหลังไปเอาผิดอาญากับใคร หรือการพิพากษาต้องเป็นไปโดยชอล และ 4.กระบวนการพิจารณาของศาลต้องมีความเป็นธรรมประชาชนสามารถพึ่งได้