"สมชัย"เผยให้ความเห็นปรับปรุงร่างรธน. งานด้านเศรษฐกิจ-ระบบราชการ ย้ำต้องกำหนดส่วนงานให้ชัด ลดซ้ำซ้อน
นายสมชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ฐานะผู้นำกลุ่มสปช.กลุ่มเศรษฐกิจ การคลัง ที่ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าชี้แจงรายละเอียดประกอบคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าภาพรวมทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้เกียรติกับทางสปช.ที่เข้าชี้แจงมาก โดยการพูดคุยนั้นเป็นส่วนที่เข้าไปเติมเต็มข้อผิดพลาดในบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญที่เชื่อว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ทันได้นึกถึง ในประเด็นที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ และการคลัง อาทิ มาตรา201ว่าด้วยการทำพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี ซึ่งเปลี่ยนชื่อจากเดิมที่ใช้คำว่า พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ที่โดยในความสำคัญของการปรับชื่อเรียกใหม่เพื่อให้มีการกำหนดการประมาณการรายรับของประเทศไว้เป็นอีกมาตราในพระราชบัญญัติงบประมาณ ซึ่งตนให้ความเห็นไปว่า หากกำหนดให้มีการกำหนดมาตราว่าด้วยการรับ อาจทำให้เป็นข้อจำกัด ในการดำเนินการหารายได้เข้าประเทศได้ เช่น เมื่อรายรับประเทศไม่เป็นไปตามเป้า ต้องเร่งเก็บภาษีซึ่งเกิดผลกระทบกับประชาชนหรือภาคส่วนต่างๆ ได้ หรือหากได้รายรับตามเป้าแล้วจะไม่สามารถหยุดการหารายรับได้
นายสมชัย กล่าวด้วยว่ากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยังได้ขอความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยตนได้ให้หลักการเพิ่มเติมของการกำหนดบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ในการบริหารเศรษฐกิจ ต้องมีกลไกสำคัญ คือ การลดการจัดการโดยภาครัฐลง หากรัฐบาลจะผูกขาดการดำเนินการเรื่องใดๆ ต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบ หรือกำกับดูแลด้วย ขณะที่การปฏิรูประบบราชการ ต้องทำให้ชัดเจน ว่าหน่วยงานใดมีหน้าที่กำกับดูแล มีหน้าที่ให้บริการ มีหน้าที่เป็นฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงาน
ส่วนการดำเนินงานของรัฐที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับภาคเอกชนต้องกำหนดให้อยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน โดยข้อเสนอทั้งหมดกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้การตอบรับเป็นอย่างดี แต่จะนำไปปรับบทบัญญัติหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ เพราะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ





