ศึกตระกูล "โตทับเที่ยง" ระอุ! "สุธรรม" บุกอำเภอจี้ไม่ให้น้องใช้นามสกุล ด้าน "สุรินทร์" ฟ้องกลับ-ไม่ให้เหยียบโรงแรมธรรมรินทร์
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2558 ที่สำนักทะเบียนที่ว่าการอำเภอเมืองตรัง นายสุธรรม โตทับเที่ยง พี่ชายคนโตตระกูลโตทับเที่ยง พร้อมภรรยา และน้องชายคือนายสลิล โตทับเที่ยง อดีตประธานหอการค้าจังหวัดตรัง นายแพทย์ไกรสร โตทับเที่ยง บุตรชายและญาติสกุลโตทับเที่ยงอีก 3 คน ได้เดินทางเข้าพบนางเยาวนันท์ ฟองโหย ปลัดอำเภอเมืองตรัง ฝ่ายทะเบียนและบัตร เพื่อยื่นคำร้องเพิกถอนนายสุรินทร์น้องชายคนที่ 3 และและครอบครัวสายตรงของนายสุรินทร์ ใช้นามสกุลร่วม“โตทับเที่ยงแล้ว
หลังจากที่ได้ออกประกาศผ่านทางอินเตอร์เน็ตแจ้งสังคม และแจ้งไปยังฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพนักงานของธุรกิจในเครือตระกูลโตทับเที่ยงมาก่อนหน้า ซึ่งนามสกุลดังกล่าวนายสุธรรม พี่ชายคนโตเป็นคนจดทะเบียนชื่อสกุลดังกล่าว มาตั้งแต่ พ.ศ.2514
หลังได้ยื่นคำขอเพิกถอนการไม่ให้นายสุรินทร์และครอบครัวสายตรงใช้นามสกุลร่วมโตทับเที่ยงแล้ว ทั้งนายสุธรรม และนายสลิล น้องชาย พร้อมด้วยญาติที่เดินทางมาในครั้งนี้ ต่างก็ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยอ้างว่าอาจจะกระทบต่อคดีความในชั้นศาล
จากนั้น นายสลิล โตทับเที่ยง และผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงแรมธรรมรินทร์ เมื่อไปถึงได้รับการปฎิเสธ จาก นายภิญโญ เต็งรัง ผู้จัดการโรงแรม สั่งห้ามมิให้ นายสลิล ดำเนินการใดๆ โดยให้เหตุผลว่า เป็นคำสั่งจากนายสุรินทร์ ที่ห้ามไม่ให้พี่น้อง ลูกหลานฝ่ายนายสุธรรม เข้ามาทำกิจกรรมใดๆ ภายในโรงแรมอย่างเด็ดขาด
นอกจากมาในฐานะเป็นลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวของโรงแรมเท่านั้น โดยสลิลให้เหตุผลกับผู้จัดการโรงแรมว่า มาเพื่อนั่งทานกาแฟดเท่านั้น ไม่มีความประสงค์อื่น พร้อมพูดย้อนแย้งว่า ตนเองก็มีหุ้นส่วนมาในฐานะหุ้นส่วนได้หรือไม่ และความจริงแล้วการก่อตั้งโรงแรมธรรมรินทร์ เริ่มมาจากนายสุธรรมพี่ชายคนโต และมาถึงนายสุรินทร์ในขณะนี้ การมาสั่งห้ามลักษณะนี้ในวันนี้อาจจะไม่ถูกต้องนัก
ขณะที่ นางเยาวนันท์ ฟองโหย ปลัดอำเภอ ผู้รับคำขอยื่นคำร้องเพิกถอนไม่ให้ใช้นามสกุลร่วมโตทับเที่ยงในวันนี้ กล่าวว่า นายสุธรรมได้เข้ามาขอคำปรึกษาและใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.18 ยื่นคำร้องเพิกถอนนายสุรินทร์ใช้นามสกุลร่วม โตทับเที่ยง แต่นายทะเบียนไม่สามารถกระทำการได้ เนื่องจาก พ.ร.บ.ชื่อบุคคล พ.ศ.2502 และแก้ไขเพิ่มเติม ปี 2548 รวมทั้งระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยทะเบียนชื่อบุคคล พ.ศ.2551 ไม่ให้อำนาจนายทะเบียนในการยกเลิกการใช้นามสกุลร่วมไว้ แต่สามารถออกเอกสารเพื่อนำไปแสดงในชั้นศาลได้ โดยเอกสารคำร้องดังกล่าว ทางฝ่ายนายสุธรรมคงต้องนำไปฟ้องศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาในการเพิกถอน หรือไม่เพิกถอนการใช้นามสกุลร่วมของนายสุรินทร์ต่อไป
ทางด้านนายสุธี ผ่องไพบูลย์ ทนายความซึ่งได้รับมอบหมายจากนายสุรินทร์ โตทับเที่ยง กล่าวยืนยันว่า นายสุรินทร์ไม่แจ้งถอนการใช้นามสกุลร่วมอย่างแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาได้แจงเหตุผลต่อสังคมไปแล้วว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายสุรินทร์ได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อปกป้องธุรกิจที่ครอบครัวโตทับเที่ยงมีส่วนเกี่ยวข้อง สร้างแต่คุณงามความดีมาโดยตลอด สร้างชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูลและสังคมจังหวัดตรังมาโดยตลอด และทั้งให้เกียรติและเคารพรักพี่น้องร่วมสายโลหิตทุกคนมาโดยตลอด ดังนั้น คุณสุรินทร์ฯ จึงไม่อาจยอมรับในข้อเรียกร้องดังกล่าวที่ให้เปลี่ยนนามสกุลได้
ล่าสุดนายสุรินทร์ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายสุธรรมและพวก ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแล้ว ที่สน.สมเด็จเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อรักษาสิทธิในการดำเนินคดีดังนั้น ถ้านายสุธรรมและพวกยังยืนยันก็ไม่ให้นายสุรินทร์ใช้นามสกุลร่วมต่อไป ก็ต้องไปร้องศาลเท่านั้น เพราะนายทะเบียนท้องถิ่นก็ไม่มีอำนาจในการเพิกถอนการใช้นามสกุลร่วมดังกล่าว





