กมธ.ยกร่างฯเผยสปช.แจงคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ วันแรก เปลี่ยน คำว่า"พลเมือง" ตัดสภาขับเคลื่อนฯ ลดอำนาจส.ว.
น.ส.สุภัทรา นาคผิว และนายวุฒิสาร ตันไชย โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมแถลงผลการชี้แจงคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยนางสุภัทรา กล่าวว่า กลุ่มแรกนำโดย น.พ.พลเดช ปิ่นประทีบ สมาชิกสปช. เสนอขอแก้ไขทั้งสิ้น 71 มาตรา มีประเด็นสำคัญคือ ให้เปลี่ยนคำว่า พลเมือง ทั้งหมดเป็นคำว่า ประชาชนชาวไทย ไม่เห็นด้วยกับ มาตรา 207 ที่ว่าด้วย คณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน โดยใช้ระบบคุณธรรม ทั้งยังเสนอให้ตัด สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปทิ้งไป ให้คงไว้แต่ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ มีจำนวน 60 คน ที่ต้องไม่ยึดโยงกับการเมือง ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติที่ให้ควบรวม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งขาติ (กสม.) กับ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าด้วยกัน
น.ส.สุภัทรา กล่าวว่า กลุ่มน.พ.พลเดช ยังเสนอให้ตัดอำนาจของฝ่ายบริหารตามมาตรา 181 และ 182 ทิ้งไป เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านมีปัญหาว่าถูกฝ่ายรัฐบาลปิดปาก สิ่งที่กลุ่มแรกเห็นด้วยกับกมธ.ยกร่างฯ คือ ให้คงสาระสำคัญในภาค 3 และภาค 4 ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปและการเสริมสร้างความปรองดองเอาไว้ ส่วนที่มาของ ส.ว. เสนอให้มาจากการสรรหาทั้งหมด แต่ให้มีการปรับลดอำนาจหน้าที่ ส.ว. ลง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจในการเสนอกฎหมาย ตลอดจนการถอดถอนที่จะมีอำนาจถอดถอนเฉพาะบุคคลที่ ส.ว. แต่งตั้งเท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจถอดถอนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง
ขณะที่นายวุฒิสาร กล่าวว่า ส่วนกลุ่มที่ 2 นำโดย นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ เสนอขอแก้ไขทั้งสิ้น 44 มาตรา มีสาระสำคัญคือ ขอให้มีการเพิ่มเติมชื่อ ภาค 2 หมวด 2 เป็นยุทธศาสตร์ชาติและแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพื่อให้ประเทศมียุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างชัดเจน ชี้นำการกำหนดนโยบายและแผน อย่างไรก็ตาม สำหรับการการชี้แจงคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของสปช.ต่อกมธ.ยกร่างฯ นั้น กมธ.ยกร่างฯจะทำการซักถามบางประเด็นเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพื่อนำไปพิจารณาปรับแก้ไขอย่างละเอียด ด้วยการกำหนดประเด็นหลักในการพิจารณา จากนั้นจึงพิจารณารายละเอียดในแต่ละหมวดแต่ละมาตราต่อไป





