อดีตนายกฯสมชาย-พล.อ.ชวลิต ขึ้นศาลฎีกานักการเมือง ให้การปฏิเสธสู้คดีปปช.ฟ้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สั่งสลายการชุมนุม พธม.ล้อมสภาปี51
ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 9.30 น. นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง ประธานแผนกคดีเลือกตั้ง เจ้าของสำนวน และผู้พิพากษาองค์คณะ รวม 9 คน ได้ออกนั่งบังลังก์นัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การในคดีหมายเลขดำ อม. 2/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผบช.น.เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 295 และ 302 จากกรณีเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 รัฐบาลนายสมชาย ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา กระทั่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 471 ราย
โดยศาลอ่านสรุปคำฟ้องให้จำเลยทั้งสี่ฟังแล้วสอบคำให้การจำเลยทั้งหมด ยืนยันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ขณะที่นายสมชาย, พล.อ.ชวลิตและพล.ต.ท.สุชาติ จำเลยที่ 1-2 และ 4 ได้แถลงขอยื่นคำให้การเป็นรายละเอียดทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในวันที่ 16 ก.ค.นี้
ส่วนพล.ต.อ.พัชรวาท ได้แถลงว่าขณะนี้ยังไม่ได้แต่งตั้งทนาย จึงยังไม่ทราบในรายละเอียด ดังนั้น จะขอยื่นคำให้การในรายละเอียดอีกครั้ง โดยจำเลยได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นคำให้การเป็นเวลา 60 วัน
ศาลได้สอบถามโจทก์แล้วไม่คัดค้านที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ศาลเห็นว่าระยะเวลาที่จำเลยขอยาวนานเกินไป จึงอนุญาตให้จำเลยทั้งหมดยื่นคำให้การที่เป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ หากไม่ยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าจำเลยไม่ติดใจ
ส่วนที่นายสมชาย และพล.อ.ชวลิต จำเลยที่ 1-2 ยื่นคำร้องขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาลับหลังจำเลย เนื่องจากจำเลยติดภารกิจและคดีมีอัตราโทษไม่สูงนั้น ศาลเห็นว่าจำเลยมีหน้าที่ต้องมาศาลทุกนัด หากไม่สามารถมาศาลนัดใดให้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาลับหลังเป็นครั้ง ๆ ไป ซึ่งศาลจะพิจารณาเป็นครั้งคราวไป
ขณะที่ศาลสอบถามโจทก์และจำเลยถึงพยานที่จะไต่สวนแล้ว โจทก์ได้แถลงว่าเบื้องต้นมีพยานบุคคล 66 ปากที่จะนำเข้าไต่สวนประมาณ 50 ปาก ส่วนจำเลยที่ 1 มีพยาน 60 ปาก จำเลยที่ 2 มีพยาน 30 ปาก ส่วนจำเลยที่ 3 ยังไม่มีทนายความ จึงไม่ทราบรายละเอียด และจำเลยที่ 4 มีพยาน 180 ปาก
โดยศาลพิจารณาแล้ว นัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้ง ในวันที่ 18 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น. และให้โจทก์-จำเลย ยื่นแนวทางและประเด็นการไต่สวนเสนอต่อศาลก่อนวันนัดตรวจหลักฐานไม่น้อยกว่า 14 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการสอบคำให้การ ศาลได้กล่าวกับคู่ความทั้งสองฝ่ายว่าการนัดที่กำหนดวันยาวนาน เนื่องจากต้องดูวันว่างขององค์คณะทั้ง 9 คน และคู่ความทั้งสองฝ่าย ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็นไม่ควรเลื่อนนัด โดยให้คู่ความเตรียมพยานให้พอนำสืบในทุกนัด ซึ่งศาลไม่ต้องการให้คดีเกิดความล่าช้า
ขณะที่ศาลได้สั่งห้ามจำเลยเดินทางออกนอกประเทศแล้ว เว้นแต่ได้รับการอนุญาตจากศาล ซึ่งเป็นแนวทางปกติที่ใช้ในทุกคดี
ภายหลังนายสมชาย อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คดีนี้ได้เตรียมพยานไว้ประมาณ 60 ปาก ซึ่งทนายจะเป็นผู้พิจารณาทั้งหมดว่าจะนำใครมาเบิกความบ้าง อย่างไรก็ดีตนมั่นใจในการต่อสู้คดีที่เป็นไปตามความจริงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์
ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงนี้ มีกำหนดหรือความจำเป็นจะเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ นายสมชาย กล่าวพร้อมหัวเราะว่า ยังไม่มีกำหนดเดินทางออกนอกประเทศ ไม่มีค่าตั๋วเครื่องบิน
พล.ต.ท.สุชาติ อดีตผบช.น. กล่าวว่า พยาน 180 ปากที่เตรียมไว้ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามแผนควบคุมสถานการณ์ และแผนกรกฎ แต่หากศาลจะพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานจะซ้ำซ้อนกัน และมีเหตุจำเป็นต้องตัดพยานบางปากออกก็เป็นดุลพินิจของศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พร้อมด้วยบุตรชายและบุตรสาว เดินทางมาให้กำลังใจนายสมชาย ขณะที่นายวันมูหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา นายมุข สุไลมาน และผู้ใกล้ชิด ก็เดินทางมาร่วมให้กำลังใจด้วย โดยไม่มีมวลชนแห่มาให้กำลังใจแต่อย่างใด





